Showing posts with label ดอกฟ้ากับหมาวัด(Out Of Reach). Show all posts
Showing posts with label ดอกฟ้ากับหมาวัด(Out Of Reach). Show all posts

Saturday, March 14, 2015

ดอกฟ้ากับหมาวัด (Out Of Reach) ตอนพิเศษ - 05





Special เอย์เชน



วันนั้น....เป็นช่วงสายๆของวันหยุด

เสียงผลักบานกระจกเปิดเข้ามาเรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง เป็นคุณชายเอย์ตั้นแฟนเจ้าปิงเดินหน้ายุ่งเข้ามาด้านใน มองซ้ายมองขวาราวกับกำลังหาใครสักคนทั้งที่ผมนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้แต่มันไม่เลือกที่จะเรียกถาม แล้วผมจะสนทำไม นั่งเคาะแป้นพิมพ์เขียนโปรแกรมของผมต่อไป จนคุณชายเดินเข้ามาด้านในแล้วยังไม่เห็นปิงนั่นแหละมันถึงได้เคาะโต๊ะผมพร้อมกับพับปลายแขนเสื้อขึ้นไปด้วย

“ปิงล่ะ..” เสื้อผ้าของมันคล้ายกับคนที่เพิ่งออกจากงานประชุมมา มันยกนาฬิกาข้อมือสีทองเรือนหรูขึ้นมาดูเวลาทำหน้าหงุดหงิด

“ไม่อยู่”ผมตอบไปแบบสั้น ๆ

“ขยายความหน่อยได้ไหม น่ารำคาญต้องให้กูเดาต่อเองว่ามันไปที่ไหนกับใครยังไงนี่น่าเบื่อว่ะ” ผมเงยหน้ามองมันทันที จะมาวีนแว๊ดๆอะไรอยู่ตรงนี้วะ บอกไม่อยู่ก็คือไม่อยู่ถามอะไรมากเรื่อง

“โทรหามันดิ” ผมว่า  และเป็นผมไหมที่ควรรำคาญมันมากกว่า อิคุณชายทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ ยกขาขึ้นไขว่ห้างกอดอกแล้วจ้องผมตาเขียว

“กูต้องโทรแล้วไม่ติดสิวะถึงได้ถามมึง บ้ารึเปล่านึกว่าใครเขาอยากจะพูดด้วยมากนักหรือไง”

ผมหันไปจ้องมันพร้อมถอนหายใจยาวเหยียด ไอ้คนไร้มารยาทมาออฟฟิศคนอื่นไม่ทักทายกันสักคำ พอจะถามก็แค่ใช้ปลายนิ้วชี้เคาะๆมาที่โต๊ะทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของตึก แล้วดูตอนนี้มันนั่งมองมาที่ผมนะ ไม่สนแม่งผมจ้องหน้าจอผมอย่างเดียวดีกว่า ปล่อยมันรอคำตอบเรื่องแฟนมันไปให้ตายเลย

“ตกลงไม่บอกใช่ป่ะ”

“เออ” ผมหันไปตอบ ตีคิ้วให้มันแบบท้าทาย กูไม่ตอบมึงง้างปากกูไม่ได้หรอก ปิงมันถูกลูกค้าขอร้องให้ไปดูเครื่องให้แบบด่วน ๆ แล้วรายนั้นใจดีไปหมดขัดไม่ได้เลยต้องออกไปทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เรานัดมาต่อเรื่องโปรแกรมกันแท้ ๆ สรุปงานไม่เสร็จอีก

เวลาล่วงผ่านไปไอ้แขกผู้มีเกียรติก็นั่งกดมือถืออยู่แบบนั้นแหละ ไม่ติดจนมันหัวเสียผมคิดว่าปิงคงปิดโทรศัพท์เอาไว้ เวลาทำงานบางทีไม่อยากโดนรบกวนพวกผมก็ปิดเครื่องกันออกบ่อย ๆ

“จิ๊  ปิดเครื่องทำไมวะแม่ง..” เสียงมันบ่นอยู่คนเดียวโยนมือถือลงข้างตัว หยิบวารสารแถวๆนั้นมานั่งอ่านเล่นจนเบื่อเอามือถือมาเปลี่ยนเป็นเล่นเกมส์ซะได้ ตอนนี้ยิ้มแล้ว ผมว่ามันบ้าแน่ ๆ เดี๋ยวทำหน้ายุ่งเดี๋ยวก็ยิ้ม

RRRRRRRRR

RRRRRRRRRRRRRR

เสียงโทรศัพท์มือถือมันดัง ถ้าเดาไม่ผิดต้องเป็นเจ้าปิงโทรมาแล้วแน่ ๆ โดนบ่นไปประมาณหนึ่งบทสวด จากนั้นหน้ามันก็แดงแล้วกลับมายิ้มต่อได้อีกหัวเราะคิกคัก เขินเหี้ยไรของมันไม่รู้ทำหน้าทำตาแม่ง  ผมส่ายหัว

“ห๊ะ! อะไรนะหมาปิงมึงจะบ้าเหรอกูจะไปซื้อเป็นได้ยังไง ปลาเผา ส้มตำไทย ไก่ย่าง ขนมจีนน้ำยา ข้าวเหนียว แคปหมู แล้วก็อย่าลืมปลานึ่งแจ่ว!”

(............) ทางนั้นคงจะพูดอะไรมาสักอย่างอิคุณชายทวนคำสั่งจนหน้าจืดไปหมด มันเงียบไปอีกครั้งราวกับตั้งใจฟังคำสั่งอะไรต่ออีก

“กูสั่งไม่เป็นหรอกนะ มึงกลับมาแล้วค่อยเดินออกไปซื้อเองเหอะ” มันว่าใส่โทรศัพท์

(...........)

“ทำไมต้องเป็นกูด้วยวะ มึงโทรหาลูกพี่มึงดิ นั่งพิมพ์บ้าๆบอๆอยู่เนี่ย ไม่เห็นมันจะทำอะไร..” ผมเหลือบตาขึ้นมองมันทันที เจอะสายตาหงุดหงิดของมันแล้วตัวเองก็หงุดหงิดบ้างเหมือนกัน บ้าฉิบมันหาว่าผมนั่งทำเรื่องบ้าๆบอๆเหี้ยไรของมัน โปรแกรมนี้มูลค่าเป็นล้านๆเชียวนะ โค๊ดโปรแกรมน่ะต่อให้เก่งขนาดไหนถ้าไม่เคยได้เรียนรู้บวกกับพรสวรรค์ฟ้าประทานจ้างให้ก็ทำไม่ได้หรอกฮึ่ยยย  ยังเป็นมาพูดว่างานบ้าๆบอๆ ชิ  ผมมองมันและมันเองก็มองมาที่ผม ต่างคนต่างตาเขียวปั๊ดใส่กัน สักพักมันโยนอะไรสักอย่างฟาดมาผมรับเกือบไม่ทันก่อนที่ตัวมันจะลุกออกไปคุยโทรศัพท์ต่อที่ระเบียงหน้าออฟฟิศ คงจะคิดว่าผมแอบฟังตายห่าล่ะ หน้าตานี่งออย่างกับปลาทูอ่าวไทย

ตอนนี้มันเดินเข้ามาแล้ว ลากเก้าอี้นั่งลงที่หน้าโต๊ะหยิบปากกาจากโถขึ้นมาเขียนๆๆๆอะไรสักอย่างในกระดาษโน๊ตจากนั้นเลื่อนส่งมาให้ผม

รายการอาหารที่มันคุยกับเจ้าปิงเมื่อกี้นี้แหละ

“อะไร” ผมถามทั้งที่เห็นแล้วนั่นแหละ

“ปิงมันบอกให้มึงออกไปซื้อมารอ” มันบอกหน้าตาเฉย จ้องผมสักพักก็หลบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หยิบอะไรแถวๆนั้นขึ้นมาดูแบบมั่ว ๆ ผมรู้ได้ทันทีว่าปิงสั่งมันนั่นแหละ อิคุณชายแผนสูงจะให้ผมไปซื้อให้แทน หึหึหึ

อย่าฝัน!

“มึงไปเองดิ” ผมบอก

“ปิงมันบอกว่ามึงรู้ว่าร้านไหนเพราะฉะนั้นให้มึงไป”

“แต่กูว่าปิงมันบอกให้มึงไปมากกว่านะ ถ้าไม่รู้ร้านล่ะก็เดี๋ยวกูจะชี้ให้ดู ท้ายซอยนี่เองร้านเพิงเล็กๆร้านโปรดของแฟนมึงไง”

“ท้ายซอย?” มันทวนคำถามผมพยักหน้าบอกเออๆ

“มึงแหละไปซื้อ” มันยกข้อมือขึ้นดูเวลาอีกแล้ว หน้าเริ่มเครียดขึ้นนิดๆ ท่าทางกังวล

“เป็นไรอีก ก็แค่ท้ายซอยพอมึงเดินไปสุดซอยก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆต่อไปอีกนิด เดินไปเดี๋ยวก็เห็นเองอ่ะ” บ้าฉิบมันทำเอาผมไม่มีสมาธิทำงานต่อเลยเหอะ

“แต่ปิงมันบอกให้มึงไปเองนี่”

“พอๆ กูรู้หรอกว่ามันให้มึงนั่นแหละไป ถ้าปิงมันจะสั่งกูนะมันโทรเข้าเครื่องกูแล้วไม่ต้องผ่านมึงให้เสียเวลาหรอก รีบไปดิเดี๋ยวมันมาได้มีเรื่องหรอกก็รู้อยู่มันทำงานมาเหนื่อยๆโมโหหิวขึ้นมาล่ะมึงง้อยากแน่ ๆ”

“เออก็ได้กูจะไป แต่มึงต้องไปกับกู”มันว่า

“ไม่ใช่เรื่อง”

“แล้วมึงไม่กิน?”

“หึ ไม่กิน”

“ไม่กินแล้วมันสั่งเหี้ยไรเยอะแยะมันสั่งมาเผื่อมึงด้วยชัดๆ  ลุกเลยอย่าลีลา” มันไม่ว่าเปล่าจู่ๆกดปิดเครื่องผมเฉยเลย ผมนี่ลุกเลยสิครับบ้าฉิบหายข้อมูลกูเมื่อกี้ยังไม่ได้บันทึกเลยเหอะ

“ทำบ้าอะไรของมึง”

“ตื่นเต้นทำไมก็แค่หน้าจอ มึงบ้ารึเปล่าไหนว่าทำงานไอทีโดนกูปั่นหัวแค่นี้หน้าตาตื่นเลยเรอะ ขำว่ะ”

“มึงนี่มัน จริงๆเลยบ้าเอ๊ย” ผมทนไม่ไหวทั้งด่าทั้งจัดการปิดเครื่องเดินไปคว้าเอากุญแจรถแล้วโยนส่งให้มัน

“มึงขับ”

“อะไร ไหนว่าแค่ท้ายซอย” มันรับกุญแจรถมอไซด์ไว้แล้วถาม

“ท้ายซอยกูก็ขี้เกียจเดินร้อนเหี้ยๆ” ผมคว้าเอาหมวกแคปสีดำใบเก่งสวมเข้าที่หัวแล้วเดินกระแทกไหล่มันออกมา อิคุณชายเบะปากเดินตาม พอลงมาถึงรถมันทำตัวมีปัญหาขึ้นมาอีก

“ขับไม่เป็น” มันบอก ผมนี่ยืนกอดอกควบคุมระดับลมหายใจ ยุบหนอพองหนอ นี่ตกลงผมต้องเทคแคร์มันอีกใช่ไหม

“เออๆกูขับ” ผมบอกมันแบบเซ็งๆ คว้าเอากุญแจมาจากมือ ขึ้นคร่อมเคเอสอาร์คันเก่งที่เจ้าปิงมันไปถอยออกมาใช้ในบริษัท เบาะโคตรสั้นเหมาะกับการขับคนเดียวนะผมว่า

“อ้าว ขึ้นมาสิวะยืนรอเห้ไรอีก” ผมเรียกมันหลังจากสตาร์ทเรียบร้อย คุณชายยืนลังเลอะไรสักอย่าง เหมือนมันจะถอยหลังออกไปผมเลยคว้ามือมันดึงเข้ามาแล้วบอกให้ขึ้นคร่อมมาเลย

“เบาะแคบฉิบหาย” มันว่า

“ช่วยไม่ได้โทษแฟนมึงดิ ปิงกับไอ้บาสมันไปเลือกกันมาเอง”

“มึงก็ขยับไปดิวะ สั้นแบบนี้กูจะนั่งได้ยังไง ร้อนก็ร้อน เหี้ย” มันบ่นอุบดันหลังผมบอกให้ขยับ พร้อมใช้มือบังแดดที่ส่องใส่หน้า

“จะให้กูขยับไปไหนได้อีก แค่นี้ไข่กูก็ติดถังแล้ว มึงรีบหน่อยกูร้อนแดดเปรี้ยงกลางหัวเนี่ยร้อนเหมือนกันนะ”

“แล้วกูไม่ร้อนหรือไง มึงร้อนเป็นคนเดียว?” อะไรของมันวะไม่ยอมขึ้นมาจริง ๆ ยืนทำหน้ายุ่งอยู่ได้ หาเรื่อง

“แล้วจะเอาไง ไปไม่ไป”

“กูจะเอาหมวกแบบมึงอ่ะ” มันมองมาที่หมวกแคปของผม

“ไม่มี มีใบเดียว ขึ้นมาสักทีอย่าเรื่องมาก ร้อนนะเนี่ย” ผมโมโหแล้ว

“กูร้อนกว่า กูไม่มีหมวก” มันเถียง

“โฮ้ยยย เอาไปเลยไปมึงใส่ไว้เลย” ผมคว้าเอาหมวกตัวเองใส่ลงที่หัวมัน ดึงแขนบอกให้คร่อมขึ้นมาได้แล้วน่ารำคาญ ในที่สุดรถก็เลี้ยวออกจากออฟฟิศ ผู้ชายตัวโตๆสองคนนั่งซ้อนกันอยู่บนมอไซด์คันเล็กๆ เป็นภาพที่ไม่น่าดูเลยจริง ๆเบรกแต่ละทีแม่งอัดมาที่ตูดกูนี่แหละขนลุกไปหมด

“มึงจะเบรกเชี่ยไรนักหนา มานั่งในจุดกูบ้างแล้วจะรู้ว่าก้นมึงมันไม่น่าพิสมัยเลยสักนิด” มันพูดเรื่องเห้ไรของมัน

“ปากดีนัก ถ้ามันไม่จำเป็นกูจะเบรกให้โง่เหรอโดนมึงอัดมาแบบนี้มาอยู่จุดกูบ้างจะรู้ว่าน่ากลัวกว่ามึงเยอะ” ผมว่าผมได้ยินเสียงมันหัวเราะต่ำๆ พอหันหน้าไปดูเจอมันเบะปากให้แต่ผมไม่สนใจขับของผมต่อ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นรถก็จอดลงที่หน้าร้านขายอาหารอิสาน มันรีบกระโดดลงจากรถไม่ต้องถามว่าคนมองเพียบไหม เพียบบบบบบครับ เพราะว่ามันขาวมากผิวโคตรชมพูเลยทำให้ดูโดดและเด่นเกินไป คนแบบนี้ไม่น่าพาไปไหนมาไหนด้วยที่สุด น่าอายเพราะมันหล่อเกิน

“ไหนอ่ะรายการ” ผมยื่นมือไปขอรายการที่มันจดไว้ จะส่งให้ป้าคนขาย มันบอกลืมเอามาด้วยเหี้ยเลยสิ ผมส่ายหน้าเซ็งแล้วจัดการสั่งๆๆๆแล้วก็สั่ง ร้อนมากๆเหงื่อผมไหลลงตามเสื้อเป็นทาง แดดร้อนร้านก็แคบไม่มีที่บังแดดด้วย ผมมองไปที่มันหน้ามันแดงไปหมด เหงื่อไหลตกลงเป็นทางยิ่งเสื้อด้านหลังมันเปียกโชก อิคุณชายหยีตาด้วยความร้อนเพราะมันยืนอยู่กลางแดด ผมรำคาญเลยพยักหน้าบอกให้มันเดินมายืนใกล้ๆตรงนี้มันร่มกว่า แต่มันไม่สนใจยืนทนร้อนอยู่นั่นและผมจะสนเหรอรอคิวต่อไปจนมองไปอีกที อะไรวะอย่าบอกนะว่ามึงจะเป็นลม พวกลูกคนรวยแม่งถูกแดดแค่นี้จะตายเอาให้ได้เลยหรือไงวะ หน้ามันแดงกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัวผมรีบเดินไปดึงมันเข้ามายืนใกล้ ๆ กัน

“ดึงไรเล่า กูร้อน” มันบ่น

“แล้วมึงคิดว่ากูหนาวรึไงล่ะ บ้าเอ๊ย มายืนตรงนี้” ผมหันไปดุ ใช้มือพัดๆให้ตัวเองกับมันด้วย พอเป็นลมจาง ๆ เรารอกันจนกระทั่งได้อาหารครบทุกอย่างผมเอื้อมมือออกไปรับ กำลังจะจ่ายเงินเจอมันส่งใบห้าร้อยให้ก่อน เออดีผมคิด พอเราเดินกันมาที่รถผมยื่นอาหารทั้งหมดให้มันบอกให้มันถือจะขับรถ มันไหวไหล่แล้วเบะปากบอกไม่  ดึงเอากุญแจจากผมไปคร่อมที่นั่งคนขับสตาร์ทรอ

“ไหนว่าขับไม่เป็น” ผมยืนถามเซ่อไปเลย มันหันมามองขยับหมวกที่สวมอยู่ที่หัวแล้วยักคิ้วกวนประสาท

“โกหกมึงไง จะขึ้นไม่ขึ้น ช้าเดินกลับเองนะ” รถทำท่าจะออกตัวผมรีบกระโดดขึ้นคร่อมทันที บ้าเอ๊ย โดนแกล้งขับๆเบรกๆตลอดทางเกือบตกไปตั้งหลายครั้ง โมโหเอามือข้างที่ถือถุงอาหารกอดแม่งเข้าที่เอวมันนั่นแหละ ไก่ย่างร้อนๆคงลวกพุงมันแน่ ๆ มันร้องขึ้นมาดังลั่นโวยวาย

“เหี้ย!!  มึงจะฆ่ากูเหรอ มันร้อนนะ”

“กูก็ร้อนเหมือนกัน รีบขับรีบถึงเล่นอยู่ได้” ผมตะคอกใส่หูมันไม่ปราณี

“ไม่ต้องมาสั่ง เดี๋ยวกูวนใหม่อีกรอบเลย มึงคงพอใจใช่ไหม”

“มึงลองดิ กูจะโยนกับข้าวทิ้งตรงนี้เลย..” ไอ้สัส ผมต่อประโยคด่ามันแบบไม่มีเสียง

“มึงไม่กล้าหรอก”

“อย่ามาท้านะมึง”

ในที่สุดรถเลี้ยวเข้ามาจอด ผมรีบลงแล้วเดินไปไขประตูเข้าออฟฟิศ ร้อนแทบตายพอเข้ามาเจอแอร์เย็นเฉียบอิคุณชายนอนแผ่ลงที่โซฟาทันที มันปลดกระดุมเสื้อลงจนเกือบหมด ผมรีบเอาของไปกองไว้ที่โต๊ะอาหารด้านหลัง จากนั้นเดินออกมานั่งจะทำงานของผมต่อ

“อ้าว ทำไมมึงไม่ไปเทอ่ะ” มันลุกขึ้นมามีปัญหากับผมอีก

“เรื่องดิ เดี๋ยวปิงมาค่อยให้มันเท” ผมว่า

“ไม่ได้ มึงต้องเทไว้ให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวปิงมามันจะได้กินเลย”

“อะไรของมึงวะ เรื่องมากชะมัด” ผมกระแทกปากกาลงที่โต๊ะแต่มันไม่สนใจลุกขึ้นเท้าสะเอวสั่ง

“ลุก”

เฮ้ออ ผมรำคาญลุกๆไปเทๆให้มันจบๆจะได้รีบมาทำงานต่อ หยิบจานหยิบอะไรมาเรียงๆ ๆ ขณะที่ผมกำลังเทอาหารใส่จานมันนั่งมองแล้วทำหน้าตายุ่ง ๆ คิ้วนี่ขมวดแทบจะผูกติดเป็นโบว์ มองหน้าผมสลับกับอาหาร

“อะไร” ผมถาม

“ทำไมไม่มีอาหารที่กูกินได้เลยวะ”

“....!!???!!....” ผมงงว่ามันพูดอะไร กับข้าวเต็มโต๊ะบอกว่าไม่มีของที่มันกินได้ สักพักมันลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบไข่ไก่ออกมาสามฟองยื่นส่งให้ผม

“มึงทอด”

“เรื่องดิ” ผมรีบถอย อะไรวะของกินเต็มโต๊ะบอกกินไม่ได้ให้ผมทอดไข่ อยากกินอะไรทอดเอง เชิญ

“กูทำไม่เป็น” มันว่าขึ้นมาอีกผมไม่สนใจหรอก เดี๋ยวเมียมันกลับมาให้จัดการกันเองเถอะผมทั้งร้อนทั้งเหนื่อยเรื่องอะไรต้องมานั่งเทคแคร์มันวะ แฟนกูรึก็ไม่ใช่

“กูทำเองก็ได้ เลอะเทอะมึงอย่ามาว่านะ” ผมหลับตาลงตั้งสติกับงานตรงหน้าผมจะดีกว่า ไม่อยากสนใจเสียงนกเสียงกาที่ดังมาจากในครัว มือผมจัดการรัวงานของผมต่อไปขณะที่เสียงเคร๊งครั๊งโช๊งเช๊งดังอยู่ตลอดเดี๋ยวกระทะตกบ้างเดี๋ยวตะหลิวหล่นบ้างเสียงตอกไข่นานประมาณสิบครั้งได้ไม่รู้ว่าจริง ๆ มันทอดกี่ฟองกันแน่

“โฮ้ยยยย” ผมร้องขึ้นดัง ๆ อย่างหงุดหงิด แล้วลุกเดินเข้าไปหาคว้าของทั้งหมดมาทำแทน

“หลีกไปเดี๋ยวกูทำเอง”

สุดท้ายผมก็เป็นคนทอดไข่ให้มันจนได้ คุณชายเดินไปล้างไม้ล้างมือ นั่งยิ้มจนหน้าบานตอนที่ไข่เจียววางลงบนโต๊ะ และตอนนั้นเองที่ปิงมันผลักบานประตูเข้ามาพร้อมกับไอ้บาส

“พี่เอย์ครับผมซื้อข้าวผัดกุ้งมาฝากด้วย เจ้านี้ที่พี่ชอบไง แลกกันกับอาหารที่พี่ไปสั่งให้ผมใช่ไหมนะ”

“ดีมากหมาปิง กูจะกินข้าวผัดกุ้งนี่แหละ อย่างอื่นกูไม่สนหรอก”  มันรีบเดินยิ้มเข้าไปหาเมียมัน  ขณะที่ผมยืนมองดูจานไข่เจียวที่ค้างอยู่ในครัว  ไว้อาลัยให้ไข่ของผมและตัวผมเองสักสองสามนาที กูโดนมันหลอกให้ทอดไข่ซะจนเปื่อยไม่มีชิ้นดีเล๊ยยยยย


บ้าฉิบ!






*****Special Complete*****




Saturday, January 24, 2015

ดอกฟ้ากับหมาวัด (Out Of Reach) ตอนพิเศษ - 04





(เชนซ่าร์)





เช้าวันนั้น โทรศัพท์ผมดังขึ้น

“อือ..” ผมควาน ๆ เอามากดรับ คเชนทร์โทรเข้ามา

“ตื่นยัง..” เสียงมันถามผ่านมา บอกอารมณ์ไม่ถูก ผมหรี่ตามองดูนาฬิกา เพิ่งหกโมงกว่าๆปกติวันหยุดแบบนี้เชนไม่ตื่นเช้านะ มันจะชอบทำงานดึกๆไม่ก็โต้รุ่งแล้วตื่นสาย ๆ ข้างเช้าข้าวเที่ยงรวบเป็นมื้อเดียวคือบ่ายสอง อะไรของมันวันนี้โทรมาอะไรเนี่ยเช้าตรู่แบบนี้

“ตื่นแล้วดิ” ผมโกหกได้อีก ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

“ลุกนะ เดี๋ยวเจ็ดโมงกูถึงบ้านมึงแล้ว”

“หือ?!” เจ็ดโมง? จะมาทำไมแต่เช้าอ๊ะ

“มึงจะมาเหรอวะ” ผมขยี้หัวลุกขึ้นนั่ง เสื้อไม่ได้ใส่หรอกนะ เมื่อคืนไปดื่มกับเพื่อนเก่า หนักไปนิดเมากลับมา แฮงค์ ถอดทุกอย่างเหลือแต่กางเกงใน

“ไม่ได้จะมา แต่กูมาแล้ว ตื่นยังเนี่ย” มันถามมาอีก ท่าทางน้ำเสียงมีน้ำโหขึ้นแล้วนิด ๆ นี่ผมยังงงอยู่นะว่ามันจะมาหาอะไรทำไมแต่เช้า

“อือๆตื่นแล้ว”

“ซ่าร์ ไม่ตื่นกูเตะเอาดิ่”

“ไอ้เหี้ย กูตื่นแล้ว มึงถามกูก่อนกูจะยอมให้มึงเตะไหม”

“ปากดีนักนะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เสื้อผ้าอันวามึงจัดแล้วใช่ไหม อย่าเพิ่งปลุกน้องนะ เดี๋ยวอุ้มนอนไปบนรถเลยก็ได้มันยังเช้าอยู่มาก วันนี้อากาศเย็น ๆ ด้วยปล่อยให้เขานอนไปเลย”

ผมคิ้วขมวดทันทีที่จบประโยคร่ายยาวของมัน อะไรคือการถามผมว่าจัดเสื้อผ้าอันวาหรือยัง อะไรคือบอกอย่าเพิ่งปลุกน้องแล้วบอกจะอุ้มให้นอนไปบนรถ

ผมไม่เข้าใจว่ะ

“ถึงหน้าบ้านมึงแล้ว รีบล้างหน้าแล้วลงมาหากู เสื้อผ้าถือลงมาด้วย ส่วนอันวาเดี๋ยวกูขึ้นไปอุ้มเองก็ได้”

“เดี๋ยวๆๆๆ อะไรวะเนี่ย คือกูไม่เก็ตว่ะเชน มึงมาหากูแต่เช้าแล้วบอกให้เอาเสื้อผ้าอะไรยังไงของมึงเนี่ย” กูงงไปหมดแล้ว
คเชนทร์ไม่ได้ตอบผมกลับมาแต่เสียงที่ลอดมาจากโทรศัพท์บอกให้รู้ว่ามันกำลังบอกยามหน้าบ้านว่าให้เปิดประตู ผมรีบเดินไปเลิกม่านหน้าต่างดู ไม่ชัดจนต้องเปิดประตูระเบียงออกไปมองให้แน่ใจ

ตายห่า มันจริงนี่หว่า

“มึงมาทำไม๊..” ผมถามเสียงแหลม ตกอกตกใจ เชนทร์เคยมาบ้านผมก็จริง แต่รายละเอียดการมาของมันวันนี้ทำเอาผมงงแดกไปหมด

“อย่าเรื่องมาก รถกูจอดแล้วมึงอยู่ไหน อ้อ เจอแระ เข้าไปใส่เสื้อดิ่วะยืนอ่อยอยู่ทำซากเหรอ ห๊ะ!!” เสียงมันตะโกนขึ้นมาตามสาย เปิดประตูรถแล้วเงยหน้าขึ้นมองมาที่ผมชะโงกหัวอยู่ ผมรีบเอามือขึ้นมาปิดอกปิดนมไว้

“ไอ้บ้า แล้วมึงมาทำไมแต่เช้าล่ะ กูก็เพิ่งตื่นเนี่ย เสื้อผ้าเรียบร้อยที่ไหน มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบใส่เสื้อตอนนอน”

“อย่าเรื่องมาก รีบแต่งตัวแล้วเอากระเป๋าเสื้อผ้าลงมาขี้เกียจรอนาน”

“งั้นมึงก็บอกมาก่อนดิ่ ทำไมกูต้องเอากระเป๋าเสื้อผ้าลงไปด้วย มึงจะพากูไปไหน”

คราวนี้เป็นมันที่เงียบไป ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง พอไปเปิดมันก็ถลาพรวดพราดเข้ามากระชากตู้เสื้อผ้าเปิดดู มองผมตาเขียวก่อนมองไปรอบ ๆ ห้อง ถึงขนาดเข้าไปที่ห้องน้ำอีกด้วย

“อะ.....อะไร” ผมถามพลางก้าวถอยหลัง เมื่อเชนยืนจ้องผมอย่างกับจะกินเลือด

“ไหนกระเป๋าเสื้อผ้ามึง..” มันถามรวดเดียว เสียงเย็นได้อีก เลเวลความโกรธดันขึ้นมาแล้วแน่ ๆ

“กะ....กระเป๋า ทำไมวะ!?” ผมตะกุกตะกัก หลังชนผนัง

“ก็กระเป๋าเสื้อผ้าของมึงกับของอันวาไง ไหนว่าจะไปหัวหิน มึงโทรบอกกูนัดแนะคนเดียวเสร็จสรรพตั้งแต่เมื่อคืน บอกกินเหล้าอยู่กับเพื่อน พรุ่งนี้อยากไปเที่ยวกูบอกไม่ว่าง ๆ มึงก็งอนทำเป็นไม่พอใจ กูเลยต้องแหกตานั่งเขียนโปรแกรมเพื่อให้เสร็จทันมารับมึงไปเที่ยวเช้าวันนี้ เหนื่อยก็เหนื่อยง่วงก็ง่วง กูเพิ่งนอนได้แค่สองชั่วโมงก็ต้องตื่นแหกตามารับมึงเนี่ย”

ตายห่า ตายกูตาย ทำไมผมจำคำพูดตัวเองไม่ได้เลยว่า ไปนัดแนะมันตอนไหน สงสัยว่าเมื่อคืนตอนที่คุยเรื่องไปพักร้อนกันแล้วเพื่อนมันพูดถึงเรื่องคอนโดที่หัวหินผมเลยครึ้มอกครึ้มใจลองโทรไปชวนมันดู

แต่แหม่....ขอโทษครับเชน กูลืมสนิทเลยมึง

“อย่าบอกนะว่า......ไอ้เหี้ยยยยยยยยย มึงเมาจนพูดจามั่วไปหมด ลืมแม้กระทั่งคำพูดตัวเองมีแต่กูเท่านั้นใช่ไหมที่จำได้เนี่ยห๊ะ!!!” เสียงคเชนทร์เย็นเฉียบก้าวเข้าหาผมจนชิดก่อนตะโกนอย่างดังใส่หู ผมกอดมันไว้จนแน่น เอาวะ ทำมันโมโหเวลาง้อเนี่ยต้องกอดลูกเดียวผมเรียนรู้ว่าเชนมันแพ้ผมกอดแล้วซุกพุงมันมากที่สุด

“ใจเย็นดิ่วะ มาแล้วก็มา อยากเที่ยวเดี๋ยวกูหยิบเสื้อผ้าแป๊ปเดียว ไปนอนกันสักคืนก็ดีเหมือนกันอันวาเองก็คงอยากเห็นทะเลที่เมืองไทย” ผมตะล่อมมัน ต้องอ้างเรื่องอันวา เชนรักอันวามากเลยนะ พักหลังสองคนติดกันแจ

“กูเนี่ยเหรออยากเที่ยว นั่นมันมึงโทรมาไม่ใช่หรือไง..” น้ำเสียงยังติดโมโหอยู่นิดๆ

“อ่ะ น่าๆๆๆ” ผมอ้อน ๆ ซุก ๆ ซบๆมัน คเชนทร์ใจอ่อนจนได้นั่นแหละมันโมโหเคยนานที่ไหน มือที่ปล่อยเฉย ๆ เอาขึ้นมาจับแผ่นหลังผมไว้แล้ว

“ก็เพราะกูอยากให้อันวาไปเห็นเลยต้องแหกตาตื่นไวขนาดนี้ไง เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไงแล้วยังต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับมึงเมื่อคืน บ้าฉิบหายที่แท้เมาจนพูดจาไปเรื่อยเปื่อย”

“ไม่เรื่อยเปื่อย ไม่ฉิบหายหรอก กูพูดแต่เรื่องน่ารักต่างหาก มึงเลยใจดีอยากพากูไปไง”

“......” มันส่ายหัว ตาปรือๆ มองเตียงนอนผมนิ่ง

“แล้วตกลงจะไปป่ะเนี่ย..” เชนถามขึ้นหันมาจ้องหน้า ผมกระโดดงับคอมันก่อนตอบว่าไปดิ่ มันยกมือจะฟาดผม ผมรีบหลบ รู้ว่ามันแกล้งไม่เคยตบจริงนะบอกไว้ก่อน มันน่ะเหรอจะทำขนาดมดแมลงสาบยังกลัวไม่กล้ากระทืบเล๊ย

“ไปดิ่ งั้นกูขออาบน้ำก่อน ขอเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวเตรียมเสื้อผ้าด้วย อันวายังไม่ตื่นมั้งกูยังไม่แวะไปดูเลย” อันวานอนห้องที่คอนเน็คกับผม ห้องเด็กที่คุณแม่กับคุณพ่อเซ็ทไว้ให้ ท่านทั้งหลงทั้งรักหลานชายมากๆเลยนะ

“อือ งั้นเดี๋ยวขอนอนอีกนิด มึงเสร็จแล้วเรียกกูละกัน”

“ให้กูกล่อมป่ะล่ะ” ผมทำสายตาเจ้าเล่ห์ถาม เชนผลักหัวผมจนเงิบ มันทำตาเขียว

“ไม่ต้อง กูจะนอน” มันว่าแล้วผละออกไปจากตัวผมล้มตัวลงนอน  ผมแกล้งจะวิ่งกระโจนขึ้นทับเชนพลิกตัวหนี ผมเลยแกล้งเอาผ้าห่มสะบัดแล้วคลุมตัวมัน จริง ๆ จะห่มผ้าให้นั่นแหละแต่ทำเล่นนิดหน่อย

มันชี้หน้าหรี่ตาก่อนหลับลงไปแล้วจริง ๆ ผมนั่งมองหน้ามันแล้วลูบหัวเบา ๆ รู้ว่ามันอดหลับอดนอนแน่ ๆ เพราะเดี๋ยวนี้ยูเซย์มีงานเข้าเยอะมาก ๆ ทั้งที่มีพนักงานใหม่ ๆ เยอะแต่ทั้งเชนและปิงก็อดตาหลับขับตานอนโต้รุ่งกันอยู่บ่อย ๆ ผมกับเอย์ก็เคยคุยกันเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะ  แต่เราเองก็พยายามเข้าใจงานของพวกโปรแกรมเมอร์

“นอนเถอะนะ พักบ้างก็ดีทำงานหนักอะไรกันนักหนาวะหื้ม” ผมพูดเบา ๆ กำลังจะลุกออกไปจากเตียงแต่มือใหญ่และเย็นของมันเลื่อนเข้ามาจับเอามือผมไปกุมไว้ มันดึงไปจนชิดริมฝีปากลมหายใจอุ่นร้อนเป่าลงมาขณะที่เปลือกตาคนยังคงหลับพริ้ม ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะมันกำลังชวนผมนอนลงด้วย

“ง่วง...” มันว่าขึ้นพร้อมขยับตัวยุกยิก ผมอมยิ้มก่อนเอนตัวลงนอนกอดมันไว้  “สายอย่ามาว่ากันนะมึง”

“หึหึหึ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ในคอ พร้อม ๆ กับมุมปากยกยิ้ม ทำเอาผมอยากจะนอนกอดมันไว้แบบนี้ต่อไปตลอดทั้งวันเลยจริง ๆ แต่ฝันและมโนของผมก็พังลงไปไม่มีชิ้นดีเมื่อเสียงหัวเราะของมันเริ่มเปลี่ยนไปก่อนที่ผมจะโดนผลักออกแล้วบอกผมว่า

“ไปอาบน้ำเลย ออเซอะกูอยู่แบบนี้เดี๋ยวทนไม่ไหวขึ้นมาเรื่องยาวหรอกมึง จะได้ไปไหมหัวหินน่ะ”

“เจ็บนะเว้ย ผลักมาได้ก้นกูจ้ำเบ้าหมด” ผมตกลงข้างเตียงจริงนะเนี่ย ปวดสะโพกไปหมด

“สมน้ำหน้า”

“โฮ้ยยยย กูอยากฆ่ามึงจริง ๆ กวนตีน”

“กวนแต่มึงนะ บอกไว้ก่อน”

“เออ ขอบใจเหี้ย ๆ เลยสลัด!”

ผมลุกขึ้นเดินคลำสะโพกบ่นไปไปจนถึงหน้าห้องน้ำ แม้จะโมโหมันแต่แอบอมยิ้มนะ



......ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน คึคึ





*************Special Complete***************