Wednesday, August 27, 2014

ดอกฟ้ากับหมาวัด (Out Of Reach) #30 จ๊วบบบบบ!!!





#  30 จ๊วบบบบบ!!!



ผมขยับตัวนิดๆเมื่อรู้สึกว่ามีแสงแดดแยงนัยน์ตาจนไม่สามารถนอนหลับต่อไปอีกได้ กระพริบตาปริบแล้วขยี้พยายามนึกว่าตัวเองนอนอยู่ที่ไหน เพดานสีขาวติดวอลเปเปอร์สวยมีโคมไฟดวงเล็กๆสีเหลืองทองมายติดตั้งประดับไว้ ผมขยับสายตามองไปด้านหน้า วิวกระจกใสบานกว้างกินพื้นที่อาณาเขตของห้องเยอะแบบนี้ทำให้ผมนึกได้ในทันที

ห้องของพี่เอย์!

ผมลุกขึ้นนั่งทันทีมองซ้ายมองขวาแล้วมองไปด้านหลัง เห็นคนที่เป็นเจ้าของห้องนั่งหลับหัวเอนพับลงที่โซฟามือข้างหนึ่งตกลงที่พื้นพรหม มืออีกข้างพาดไปในแนวยาวรองหัวตัวเองไว้ เมื่อกี้ผมนอนหนุนตักมันไว้นี่

ผมรู้สึกมึนนิดๆจำได้เลาๆว่าตัวเองไปกินเหล้ามากับพี่เชนเมามากกลับไปถึงออฟฟิศกันแล้วแต่มีใครสักคนลากผมแล้วจับยัดขึ้นรถ จนมาถึงห้องนี้ ยันตัวลุกขึ้นยืนหาวหวอดแล้วบิดขี้เกียจยกมือยกไม้มองออกไปที่วิวกว้างของลุ่มน้ำสวยยามเช้า เรือโดยสารเรือประมงที่มองจากจุดนี้เหลือลำจิ๊ดเดียว จำได้ดีว่ามุมมองตรงนี้เมื่อก่อนนั้นผมชอบมายืนดูมากมายขนาดไหน

ผมหันหลังกลับมามอง คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงโซฟาไว้เอนหัวหลับอย่างน่าสงสาร ดวงหน้าคมคายเหมือนเมื่อสามปีที่แล้วไม่เปลี่ยน พี่เอย์ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ผมก้าวเข้าไปหาย่อตัวนั่งลงใกล้ ๆมัน  ยกมือเกลี่ยปอยผมที่ตกระลงมาบดบังใบหน้าคม

พี่เอย์ของผม

พี่เอย์มาอยู่กับผมตรงนี้แล้วจริง ๆ ผมไม่ได้ฝันไป ความทรงจำเมื่อคืนไหลเทมาอีกครั้ง พี่เอย์กอดผมไว้ เราสองคนยืนร้องไห้ด้วยกัน ผมทุบพี่เขาระบายความรู้สึก บอกพี่เขาว่าผมคิดถึงพี่เขาแค่ไหน ผมร้องไห้พี่เอย์เองก็ร้องไห้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันนี้เราสองคนจะมาอยู่ในห้องๆนี้พร้อมกันอีกครั้ง

ผมแอบอมยิ้ม รอยยิ้มเล็กๆถูกจุดขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มที่มาจากหัวใจลึกๆของผม ความรู้สึกดั่งเช่นวันวานที่ผมห่างหายและทอดทิ้งไปนานมากแล้ว

ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองโน้มใบหน้าลงไปตอนไหนรู้แต่ว่าอีกแค่นิดเดียวเท่านั้นปลายจมูกผมจะเฉียดกับแก้มพี่เขาแล้ว เย้ยยยยยยยยยย!!!!

ผมใจหายวาบไม่รู้คนนอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันดึงผมให้นั่งลงที่ตัก กางขาตัวเองกว้างออกตัวผมเลยเข้าไปนั่งที่หว่างขามันพอดีพี่เอย์รัดเอวผมไว้แน่นเลย สอดมือรั้งหน้าผากให้ศีรษะผมให้พิงหน้าอกมันไว้

อย่าคิดว่าผมจะขัดขืน ผมเองก็คิดถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ของมันมากเหมือนกัน

ความเงียบเข้าคลอบคลุมสองเราอีกครั้ง แต่ความรู้สึกอึดอัดหมดไป ผมรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนนี้ เราสองคนทอดสายตามองไปที่ท้องฟ้ากว้าง

ผมเงียบ

พี่เอย์เองก็เงียบ

ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่ริมหู พี่เอย์ซุกใบหน้าลงแถวนั้น เกยคางลงที่ไหล่ มันโยกตัวเราสองคนเบา ๆ ปลายจมูกโด่งซุกซนเฉียดไปมาอยู่แถวๆแก้ม

“หิวข้าว” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น ผมหันไปมองนิด ๆ จมูกเราสองคนแทบชนกัน มันกระชับเอวผมให้แน่นขึ้นอีก

ไม่เจอกันสามปี....ทำไมพี่เอย์ขี้อ้อนขึ้นเยอะเลยวะ

“หิวข้าวผัดกุ้งใส่มะเขือเทศเยอะๆ ฝานแตงกวาญี่ปุ่นใส่ด้วยนะ”

นี่คือสิ่งที่มันขยายความออกมาจากคำว่าหิวข้าวของมัน ผมยันตัวจะลุกขึ้นเจอมันรั้งเอวไว้อีก ผมเลยหันไปจ้องให้รู้ว่าปล่อยผมได้แล้ว

“ไม่เอา ไม่ปล่อย” พี่เอย์ส่ายหัวแล้วบอกไม่ปล่อย

“ไม่ปล่อยแล้วผมจะไปทำข้าวให้กินได้ยังไงล่ะครับ”

“หึ ไม่ๆ” มันส่ายหน้าอีกแล้วพูดย้ำ “ไม่ปล่อย”

“........”

“กูไม่ปล่อยหรอก” มันย้ำหน้าบูดจ้องหน้าผม หน้าตาเหมือนอยากได้อะไรสักอย่าง

“กูจะไม่ปล่อย” มันพูดอีก

“พี่เอย์ครับ! แล้วพี่จะเอาอะไร” ผมเลยขึ้นเสียงใส่นิดๆ อิพี่เอย์ยิ้มกว้างเลย ซุกหน้าเข้าที่ไหล่ผมถูไถคล้ายกับลูกหมาลูกแมวขี้อ้อน

“มึงยอมเรียกชื่อกูแล้ว กูดีใจนะ นี่แหละสิ่งที่กูอยากได้”

อิโถ ผมก็เรียกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเหอะ จำได้อยู่นะไม่ใช่ว่าจะไร้สติไปซะทีเดียวหรอก หลอกทุบไปตั้งหลายอั่กขนาดนั้น

“พี่เอย์ปล่อยผมสิครับ ไปล้างหน้าล้างตาอาบน้ำ ชุดพี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหอะ” พี่เอย์จูบลงที่ต้นคอผมแรง ๆ หนึ่งทีผมรีบผลักมันออกแล้วลุกขึ้น

“ลุกได้แล้วครับ นั่งยิ้มทำไมน่ะ” ผมเดินออกมากำลังจะตรงเข้าไปในครัว


ฟิ้วววววว~ ตุ่บ


“เฮ้ยพี่เล่นไรน่ะ” ผมโวย ไอ้พี่เอย์แม่งปาหมอนข้ามมาจากที่มันนั่งอยู่ใส่หัวผมแรงมากดีนะผมรับทันคว้าเอามาติดมือไว้

“ก็กูดีใจนี่”  มันอมยิ้มลุกแล้วเดินเข้ามาหา “ไม่เอาแล้วกูไม่ให้มึงเข้าไปในครัวหรอก”

“ไหนพี่ว่าหิวข้าวไง เอ๊ยยยยยย” พี่เอย์ดึงแขนผมกระชากทีเดียวเหวี่ยงติดผนังเลย ตัวมันเดินประชิดเข้ามา

“หิวดิ่ แต่หิวอย่างอื่นมากกว่า”

“ดะ...เดี๋ยวพี่ กะ..กินอะไร”

“กินมึงไง”

“มะ...อะ..อื้มมม..” มันกดจูบลงมา สองมือล็อคหน้าผมไว้ เอียงศีรษะทาบริมฝีปากร้อน  ตัวมันดันผมจนชิดผนัง ผมดิ้นนิดๆ พี่เอย์สอดลิ้นเข้าหาทันที

“อื้ออ...”

“ขอกูนะ” มันพูดทั้งที่ยังจูบ ผมส่ายหน้าแต่คือโดนล็อคท้ายทอยไว้แน่นมาก “อี้เอย์...” ผมโวยอู้อี้

“กูไม่ไหวแล้วนะปิง เหี้ยเหอะกูไม่รอแล้ว” มันว่าต่อ ปล่อยให้ผมคว้าเอาอากาศไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ


“ไอ้อ๊าววววว” ผมดิ้นสู้มันทั้งที่ปากยังโดนดูด “อี้เอย์อ่อยอ๋ม”

“ดื้อนักนะมึง” ในที่สุดมันยอมถอนจูบออกแล้วจ้องหน้า ผมโดนมันดีดหน้าผากหนึ่งที เจ็บบบบ

“ต้องให้กูรออีกนานแค่ไหนเนี่ย”

“ตอนนี้ยังไม่ได้จริงพี่ ผมลืมวิธีไปหมดแล้ว พี่ต้องคอยก่อนดิ่”

“วีธีเหี้ยไรของมึง” มันทำหน้างง จ้องผมใหญ่ คิ้วเข้มๆขมวดจนเป็นโบว์

“ก็วิธี.....อะ...อะ....” ผมหยุดไว้แค่นั้นนึกแล้วกระดากปากที่จะพูดว่า วิธีเป็นรับแบบมือโปรนั่นไง คือจำไม่ได้จริงนะผมลืม เอ๊ จะว่าไปวันนั้นที่เราสองคนมีอะไรกัน ผมทำแบบไหนวะ ท่าไหนยังไงบ้างหลายปีแล้วเนอะเจ็บมากป่ะวะตอนนั้น โอ๊ยยยคิดแล้วกูเครียดดด

“วิธีอะไรหมาปิง” ตายห่าผมนึก ท่าทางไม่จบง่าย ๆ แน่ ผมว่าผมเปลี่ยนเรื่องไปเลยท่าจะดีกว่า

“พี่เอย์ พรุ่งนี้ยูเซย์จะเข้าไปวางระบบที่ศูนย์รถ.....

“ไม่ๆๆๆ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง มึงมันตัวดีเลย” มันดึงผมไว้อีก คราวนี้ไม่ธรรมดาแล้วดึงแขนผมจะพาเข้าไปในห้องนอน ผมรีบสลัดมือมันหลุดแล้ววิ่งเลย หนีไปทางโซฟารับแขกที่เราสองคนเพิ่งลุกออกมาเมื่อตะกี้  มันก้าวตามคือขาพี่เขายาวมากตอนนี้ผมเลยถูกมันยืนกอดอยู่แถว ๆ ริมกระจกอีกแล้ว มันแหวกผ้าม่านพรืดเดียวไถลไปเป็นวาเลย กระจกใสแจ๋ว เห็นชัดทุกมุมมอง

“ตรงนี้แหละดี เปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศ”

“อะ...อะ....อะไรพี่” บรรยากาศเหี้ยไรของมัน ผมหน้าซีด

“ไม่ต้องถามมากแล้ว” มันว่าแล้วทาบริมฝีปากลงมาอีก

“อื้มม...”

เร่าร้อนมาก ~

ผมหลับตาปี๋ พี่เอย์ดันผมชิดผนังกระจกคุณคิดสภาพห้าสิบชั้นมองลงไปเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ผมยืนขาสั่นให้มันจูบ คือพี่เอย์หน้าตาท่าทางมีความสุขมากมือไม้เป็นปลาหมึกทั้งจับทั้งลูบผมไปทุกที่ ผมกลัวมากเลยกลัวกระจกมันจะหลุดลงไปอ่ะดิ พี่เขาจูบไปเรื่อย ๆรุนแรงในช่วงแรกคล้ายคนอดอยากหิวโหยมานาน แต่ในที่สุดมันเริ่มคอนโทรลอารมณ์ของมันได้จากจูบเร่าร้อนกลายมาเป็นจูบแบบนุ่มนวลมากเหมือนค่อย ๆ แตะชิมดูดดุนลิ้นผมมากกว่าผมเองก็จูบตอบมันเหมือนกันลิ้นเราพันกันนัวเนีย ผมเคยได้ยินว่าคนจูบเก่ง ๆ ต้องหัวม้วนก้านเชอรี่ผมมโนไปว่าลิ้นพี่เอย์เป็นก้าน ผมพยายามม้วนๆๆแล้วก็ม้วน    

ความรู้สึกผ่อนคลายแผ่ซ่านมาเรื่อย ๆ  ความกังวลเรื่องกระจกจางหายไป อารมณ์ลึกๆของผมเริ่มมา แต่ทว่าตอนนี้ความกังวลเรื่องช่วงล่างมาแทนที่เพราะมือไม้พี่เอย์ลามลงมาทำเรื่องลามกแถว ๆ ลูกชายสุดรักของผม “อื้ออออ..” ผมดิ้น ถดตัวถอยหนี แต่หลังชิดกระจกแบบนั้นไม่กล้าถอยอีก

ใบหน้าคมซุกฝังลงที่ลำคอ ลิ้นร้อน ๆ ไล้เลย ริมฝีปากขบดูด ดูดแล้วเลีย เลียแล้วดูด ขณะที่สองมือของมันสอดเข้ามาใต้เสื้อผมหยอกเอินสะกิดอยู่ที่ยอดอก

“อ๊ะ...” ผมจิกต้นแขนมัน

“หึหึ เสียวไหม” มันกระซิบเสียงทุ้มต่ำปนเสียงหัวเราะแผ่วๆ แล้วลดลำตัวลงไปครอบครองริมฝีปากเข้าที่หน้าอก ผมยกมือขึ้นกอดหลังมันไว้ พี่เอย์ลดริมฝีปากจูบลงไปเรื่อย ๆ มือไม้ซุกซนปลดหัวเข็มขัดผมออกแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่?? มันถกเสื้อผมขึ้นแล้วดึงออกทางศีรษะ

ผมคิดว่าหน้าผมคงกำลังแดงปลั่ง พี่เอย์รุกรานผมด้วยสองมือและเรียวลิ้นของมันช่ำชองมาก ตายห่าแน่ ๆแล้วผมคิด มันค่อยคุกเข่าลงวนลิ้นเล่นอยู่แถวหน้าท้องและสะดือ คือเสียวสุด ผมทั้งอยากทั้งกลัวก้มหน้ามองมันที่ตั้งหน้าตั้งตาอยู่แถวใกล้ ๆ ลูกรักของผม ผมซี๊ดปากจิกหัวมันขึ้นมารับจูบอีกนิด เมื่อกี้คิดว่าไม่อิ่มพี่เอย์ครางต่ำพออกพอใจ

เราสองคนเริ่มเล่นกันรุนแรงแผ่นหลังผมกระแทกกระจกผมสะดุ้งพี่เอย์รีบกอดเอาไว้แล้วหัวเราะหึหึทั้งที่ปากนี่คือดูดกันนัวอยู่นะ ผมทุบมันเลยดิ่ มันลากปลายลิ้นยาวต่ำลงมาตามร่องอก คุกเข่าลงอีกครั้งวนเล่นอยู่แถวสะดือ ลูกชายผมพร้อมแบบมากๆ ผมก้มมองดูมัน สองมือจิกหัวมันไว้พี่เอย์กำลังสอดมือมาที่ขอบบ็อกเซอร์เกี่ยวรั้งให้ต่ำลงลิ้นมันลามเลียลงมาเรื่อย ๆ ผมแหงนหน้าเอนหัวพิงกระจกสูดลมหายใจส่ายหน้านิดๆ รู้สึกเสียวซ่านมาก


RRRRRRR
RRRRRRRRRRRRRR


เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น ผมสะดุ้งเฮือกแต่ดูเหมือนคนที่คุกเข่าอยู่ยังสาละวนไม่ยอมลุกขึ้นมา

“พี่เอย์” ผมเรียก ขยุ้มผมมันดันออก พี่เอย์เงยหน้ามองผม น้ำลายนี่เยิ้มเป็นสายเลอะปากมันไปหมด หน้าตาคือแดงก่ำมาก พี่เอย์กำลังมีอารมณ์

“โทรศัพท์ผมพี่”

“ช่างหัวมันดิ่” มันว่าแล้วก้มลงไปต่อถกขอบกางเกงผมให้ต่ำลงอีก  ผมรีบขยับตัว พี่เอย์เงยหน้ามอง

“แปปเดียวครับเผื่อเป็นเรื่องด่วน”

“ไม่เอา”

“พี่เอย์ นิดเดียวครับ ขอผมรับสายนะ” ผมขอร้องมันดี ๆ  สายตามันผิดหวังนิดๆแต่ผมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ในที่สุดพี่เอย์ยอมปล่อย  ผมเดินออกมาคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู พี่เชนโทรมาผมกลัวว่าจะเป็นเรื่องงานด่วนอะไรเลยตัดสินใจกดรับ

“ครับพี่เชน” ผมเอียงไหล่แนบมือถือไว้ชิดหู ดึงกางเกงยีนส์ขึ้นติดกระดุมให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมาคุย พี่เอย์มองมาตาเขียวปั๊ดเลย ออร่าความโกรธพวยพุ่งมาถึงกลางห้อง

“มึงจะเข้ามาตอนไหนวะปิง วันนี้เครื่องล็อตสุดท้ายมาลงมึงต้องเข้ามาช่วยลงโปรแกรมด้วยดิ่” เสียงพี่เชนท่าทางยุ่งวุ่นวายมาก ผมได้ยินเสียงพนักงานคนอื่น ๆ แทรกมาในสายด้วย จริง ๆ แล้ววันนี้วันอาทิตย์คือหยุดแต่พรุ่งนี้เรามีติดตั้งเครื่องและวางระบบจริงที่อัศวออโต้ผมกับพี่เชนมีหน้าที่ต้องเซทเครื่องไว้ให้เรียบร้อยก่อน

“ครับพี่เดี๋ยวผมเข้าไป”

ผมตอบพี่เชนแล้วรีบเดินเข้าไปหามัน คุณชายหน้างอหงิกแล้ว ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยโน้มตัวไปจูบแก้มมันเบา ๆ พี่เอย์คว้าเอาหมอนอิงแถว ๆ นั้นฟาดใส่ไหล่ผมสามสี่ที ผมยกมือขึ้นกันไว้แต่มันยังฟาดต่อ พอใจมันแล้วมันก็ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาเสยผมอย่างเสียอารมณ์ ผมนั่งลงข้าง ๆจับมือมันมากุมไว้ มองหน้ามันอ้อน ๆ คืออยากบอกว่าเข้าใจผมนะไรแบบเนี๊ยะ

“มึงทำไรอยู่เนี่ย ยุ่งอยู่ไหม ไม่ว่างไม่ต้องเข้ามาก็ได้เดี๋ยวกูจัดการเอง”

“ไม่ครับ ผมว่างผมจะเข้าไปพี่” พี่เอย์ดึงมือมันออกจากมือผมทันทีที่ผมตอบปลายสายไปแบบนั้น ผมจำเป็นจริงนะผมต้องเข้าไปช่วยพี่เชนงานผมเยอะมากจริง ๆ เครื่องเป็นร้อยอ่ะ

พี่เชนย้ำเรื่องซื้อขนมลูกอมและหมากฝรั่งก่อนผมจะแวะเข้าไปที่นั่นผมรับปากพี่เขาพูดเรื่องอาหารกลางวันแล้วเราก็วางสายกัน ผมคว้าเอาเสื้อที่กองอยู่ใกล้ ๆขึ้นมาใส่ ไอ้ตัวที่ถูกคุณชายจับถอดเมื่อกี้นี้แหละ พี่เอย์นั่งหน้านิ่งเลย

“พี่เอย์ครับเดี๋ยวผม.....

“กูไม่ชอบมัน” เสียงทุ้มเอาแต่ใจ ชัดเจนแจ่มแจ้ง พี่เอย์เน้นเสียงชัดมาก แทรกขึ้นมาเลย

“ไม่เกี่ยวกับว่ามันโทรมาขัดจังหวะกูกับมึงหรืออะไร แต่กูรู้ว่ากูไม่ชอบมัน ใกล้ชิดกันเกินไปไหมปิง มึงกับไอ้พี่เชนอะไรนั่น”

“พี่เชนเป็นพี่ชายผมพี่ ผมเคยบอกไปแล้วพี่เชนกับพี่พิมมีพระคุณกับผมมากให้ตอบแทนทั้งชีวิตก็ไม่มีทางหมดหรอกครับ เดี๋ยวผมจะออกไปแล้วพี่เอย์หาข้าวกินซะนะครับ ไม่รู้ว่าเย็นนี้งานจะเสร็จไหมถ้าว่าง...”

“สำหรับกูต้องมีคำว่า ถ้าว่างแล้วใช่ไหมมึงถึงจะมาหากูได้” พี่เอย์สวนขึ้น

ผมคว้ามือมันขึ้นมาจับไว้แน่น บีบเบา ๆ ให้รู้ว่า กรุณาเข้าใจผมด้วย พี่เอย์ไม่มองหน้าผมเลย  อะไรวะเราเพิ่งจะดีกันไม่ใช่หรือไง

“ไม่ใช่แบบนั้นครับพี่ ผมติดงานจริง ๆ”

“.......” พี่เขานิ่งไป ผมตัดสินใจลุกขึ้น สุดท้ายแล้วยังไงก็คงต้องไป ผมไม่ใช่เด็กๆเหมือนแต่ก่อนที่จะใช้เวลาอยู่กับมันได้ตลอดอีกแล้ว ผมมีงานมีหน้าที่ที่ผมต้องทำต้องรับผิดชอบ

“เดี๋ยวก่อน” พี่เอย์ดึงมือผมไว้ มันลุกขึ้นมาดึงผมเข้าไปกอด

“โทษทีนะ”

“พี่เอย์?”

“กูทำให้มึงลำบากใจใช่ไหม เราสองคนห่างกันมานาน กูลืมไปจริง ๆ ว่ามึงเองก็ต้องมีคนใหม่ ๆที่มึงรู้จักและนับถือเข้ามาในชีวิต ยังคงคิดว่ามึงเป็นเด็ก เป็นหมาปิงคนเก่าที่วัน ๆ เรียกกูพี่เอย์พี่เอย์ มีกูแค่คนเดียวอยู่ตลอด เมื่อก่อนเวลากูอยากมีเวลาอยู่กับมึงนาน ๆ กูจะบอกจ้างมึงเพิ่ม มึงก็จะดีใจรีบรับปากทันที แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว มึงมีหน้าที่การงานมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้นแล้วจริง ๆ”

พี่เอย์ลูบหัวผมจูบลงมาที่กลางศีรษะ “สงสัยว่าคนที่ต้องทำใจคงต้องเป็นกูคนนี้ล่ะ กูจะพยายามถมช่องว่างของเรา ขอเวลากูหน่อยนะหมา”  ผมสอดมือเข้าไปกอดเอวมันไว้ ไม่ได้พูดอะไร คือพี่เอย์ต้องเข้าใจผมจริง ๆ มันพูดและเข้าใจถูกต้อง

อย่าเลยครับ อย่าให้ผมต้องเลือกใครระหว่างคนสองคนเลย เพราะพี่ทั้งสองคนต่างก็เป็นคนสำคัญของผมทั้งคู่

วันนั้นพี่เอย์ตามผมมาที่ออฟฟิศด้วย เรามาถึงกันช่วงสาย ๆ พี่เชนบ่นอุบเลย เครื่องคอมฯกองเต็มชั้นสอง รวมถึงชั้นล่างก็มีวางอยู่เกลื่อน

“หิว” พี่เอย์เข้ามาได้ก็ลูบท้องบ่น มันอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาใหม่เรียบร้อย ก่อนออกมาคือผมต้องรอเกือบได้เข้าไปอาบให้คุณชายแล้วนะแต่ผมขอมันไว้ก่อนเดี๋ยวยาว

“เดี๋ยวตอนเที่ยงจะมีก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ มาขายอยู่แถว ๆ หน้าออฟฟิศ ไม่รู้พี่เคยกินไหมอร่อยมากนะเดี๋ยวลองกินดู”

“อะไรคือก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ” พี่เอย์ถาม มันนั่งลงข้างโต๊ะผม

“ก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวที่เขาขับรถมอไซด์มาขายไงพี่ พอมาจอดเขาก็จะทำเสียงป๊อกๆๆๆๆบอกให้รู้ว่าก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว เราก็จะได้ออกไปซื้อ”

“แล้วทำไมต้องป๊อกๆ”

“ไม่รู้อ่ะ มันดังแบบนี้ผมก็เรียกป๊อกๆดิ่”

“สะอาดเหรอ สะอาดไหม”

“ผมคิดว่าสะอาดนะ เจ้านี้คนที่บริษัททานกันได้ครับไม่มีว่าท้องเสียเนอะพี่เชน” ผมวางขนมที่แวะซื้อมาลงให้ พี่เชนนั่งทำงานเงียบอยู่ที่โต๊ะข้างโต๊ะผมนี่แหละก้มหน้างุดๆเลยไม่มองผมสักครั้ง ผมสงสัย อะไรวะทุกทีต้องทักพี่เอย์นี่ แต่วันนี้คือเฉยมากไม่ทักไม่พูด เงียบและก้ม

“ขนมพี่” ผมบอก

“อือ” พี่เชนก้มหน้าก้มตา ผมเปิดลิ้นชักพี่แกแล้วกำอมยิ้มใส่ลงไปเหมือนทุกครั้ง พี่เชนก้มต่ำยิ่งขึ้นไปอีกจนผมเริ่มสงสัย ลากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ พี่เชนโหลดโปรแกรมอยู่ เครื่องด้านล่างคือเรียงยาวเลย ผมก้มมอง คือรู้สึกว่าโดนหลบหน้า

“ปากพี่ไปโดนอะไรมา” ผมสังเกตเห็นมุมปากพี่เชนม่วงช้ำเลยเหอะ อะไรวะไปมีเรื่องที่ไหนมา เมื่อคืนตอนกินเหล้ากับผมยังดี ๆ อยู่เลย

“.........” พี่เขาเงียบไม่ตอบ นั่งทำงานต่อไปเรื่อย ผมเลยเดินไปหยิบยานวดแก้ฟกช้ำมายื่นให้ พี่เชนเงยหน้ามอง โห ชัดเลยคราวนี้ เขียวอมม่วงอ่ะน่ากลัวมาก คือหมัดแรงแน่แบบนี้ เมื่อก่อนผมชกต่อยบ่อยเหมือนกันนะสมัยปวช. ส่วนใหญ่เรื่องผู้หญิง แผลแบบนี้โดนชกมาชัวร์

“ช้าไปไหม”

“หืม?”

“โดนตั้งแต่เมื่อคืน มึงเอายามายื่นให้ตอนนี้มันช้าไปนะ” ผมลากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ เปิดหลอดยาว่าจะนวดให้ เจอสายตารังสีฟาดมา เลยรีบปิดหลอดอย่างเร็ว

“แล้วพี่ไปโดนหมาที่ไหนฟัดมาล่ะครับเนี่ย”

“อะ...แค่กๆๆๆๆๆๆ” เสียงพี่เอย์สำลักน้ำส้มเกร็ดเป็นขวดๆที่มันกำลังดูดอยู่อย่างมีความสุข ผมรีบเดินเข้าไปหาลูบหลังให้ พี่เชนหันมองแล้วยกยิ้มมุมปากหัวเราะเสียงต่ำๆ

“พี่เชนครับ คนอื่นไปไหนหมด”

“กลับหมดแล้วกูให้ช่วยแกะเครื่องออกมาเรียง ไม่มีอะไรเหลือแค่รอมึงเลยให้กลับไปหมด” ผมพนักหน้ารับเสียงรถก๋วยเตี๋ยววิ่งผ่านมาพอดี พี่ยามด้านหน้ารีบวิ่งเข้ามาเรียกถาม ผมเลยบอกเดี๋ยวออกไปบอกลุงเขารอก่อน

ป๊อกๆๆๆๆๆ

พี่เอย์ยืดตัวลุกขึ้นชะเง้อคอดู ผมถามพี่เชนว่าจะออกไปกินด้วยกันไหมพี่เชนบอกซื้อใส่ถุงเข้ามาให้ด้วยขี้เกียจออกไป ผมเลยลากพี่เอย์ให้เดินตามออกมา

“พี่เอย์กินเหมือนผมนะ บะหมี่ได้ไหมครับ” ผมถาม พี่เอย์พยักหน้ารับ

“บะหมี่สับตับไม่งอกสองถ้วยครับลุง อีกอันใส่ถุงบะหมี่สับตับไม่งอกเหมือนกัน พิเศษหมดเอาเยอะๆ”

ผมสั่งคล่องแคล่วพี่เอย์ยืนมองดูลุงคนขายใกล้ ๆ ท่าทางมันจะสนใจ ลุงยื่นแบบใส่ถุงมาให้ก่อนผมบอกพี่เอย์รออยู่นี่เดี๋ยวถือเข้าไปให้พี่เชน พอเดินออกมาพี่เอย์ยืนถือถ้วยก๋วยเตี๋ยวแบบที่เป็นชามกระเบื้องหนา ๆ หน้ามันคล้ายคนทำอะไรไม่ถูก มองหน้าผม

ผมยืนอมยิ้มมองมัน....คุณชายเอย์ตั้น เวลาผ่านไปนานแค่ไหน พี่ก็ยังคงเป็นคุณชายคนเดิมของผมอยู่ดี

“พี่เอย์มาปรุงนี่ครับ” ผมรับมาหนึ่งถ้วยแล้วดึงแขนพามาปรุงอยู่ที่รถขาย มีลูกค้าคนอื่น ๆ ทยอยเข้ามาซื้อด้วย พี่เอย์ส่ายหัวบอกไม่ปรุง ผมเลยใส่น้ำตาลกับพริกป่นลงไปให้มันนิดนึง โดนทำหน้าดุมาเชียว

“มันจะเผ็ด”

“เผ็ดนิดเดียว” พี่เอย์คลุกเคล้าส่วนผสมด้วยตะเกียบที่อยู่ในมือ

“ไปไหนพี่” ผมร้องถาม มันถือถ้วยแบบหอบสองมือคล้ายถือพานทำท่าจะเดินไปด้านใน

“ไปนั่งกินข้างในไง” คุณชายผมเรียบร้อยมากจริงๆ

“กินนี่แหละครับ ไอ้ก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆเนี่ย มันต้องยืนกินพี่ มันถึงจะได้อารมณ์พี่เอย์ดูโน่นสิ” ผมกระซิบแล้วชี้ให้มันดู ว่ามีหลายคนยืนปรุงแล้วก็กินกันอยู่

“ยืนกินตรงนี้??”

“ครับใช่ กินเลยพี่” ผมลงมือคีบเส้นแล้วโซ้ยเลย พยักหน้าบอกให้พี่เขากินพี่เอย์ลังเลนิดนึงแต่ในที่สุดมันก็กิน

“อร่อยไหมครับ” ผมกำลังจะควักเงินจ่าย พี่เอย์รีบเอาออกมาจ่ายแทน ผมเลยบอกผมเลี้ยงเอง เราเดินเข้าออฟฟิศกัน

“ปิงอร่อยใช้ได้เลย วันหลังกูมากินอีกได้ไหม”

“ได้สิครับ พี่เอย์จะมาวันไหนก็ได้ ผมว่าแถวคอนโดพี่น่าจะมีแบบนี้ไปขายมั่งนะ เข้มงวดเกินอ่ะไม่ให้ของอร่อย ๆ เข้าไปขายเลย”

“เขามีเลาจน์ไงแล้วเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกด้วย” เออคอนโดใหญ่เป็นแบบนี้ตลอดอ่ะ

เราเดินเข้ามาถึงด้านในพี่เชนกินเสร็จแล้วเหมือนกันผมเลยยกชามไปเก็บล้างให้ เดินออกมาเท้าสะเอวมองเครื่องคอมที่วางเรียงตามพื้น คงถึงเวลาต้องทำงานแล้ว พี่เอย์นั่งเอานิตยสารไอทีมานั่งอ่านไขว่ห้างอยู่ใกล้ ๆ

“พี่เอย์ถ้าเมื่อยก็โน่นนะครับโซฟา” ผมบุ้ยใบ้บอกมัน ชี้ให้ดู พี่เอย์พยักหน้ารับแล้วบอกผมทำงานเถอะ

ผมก็เริ่มทำ พี่เชนเงียบอย่างเดียวผมเปิดเพลงฟังเบา ๆ บรรยากาศค่อยผ่อนคลายขึ้นหน่อย พอพี่เอย์ย้ายไปนอนเล่นอยู่ที่โซฟา ผมกับพี่เชนเลยคุยงานกันได้เต็มที่

“ผมทิ่มตาแล้วมึง ไปตัดออกได้แล้วมั้ง” พี่เชนบ่นพึมพำ ผมใช้มือเสยแล้วรวบ ปากคาบดินสอสองมือรวบผมแล้วพยายามใช้คลิบอันใหญ่ ๆ หนีบเอาไว้ พี่เชนหันมองผมเลยหยิบแฟ้มที่มีเลย์เอ้าท์คร่าว ๆ ของอีกบริษัทให้พี่เขาดู เอาดินสอมาเสียบค้างไว้ที่หู เราคุยงานกันไป ผมมองดูพี่เอย์เป็นระยะ แต่คุณเชื่อไหมมองไปทีไรเจอมันตาเขียวใส่ทู๊กที ผมรีบหลบดิ่

“ไหนๆกูดูใหม่ดิ๊” พี่เชนเรียกผมหันไปหา กางอีกแฟ้มยื่นไปให้ดู

“อันนี้ไม่ต้องมีโค๊ดตัวนี้ ใช้รหัสแบบนี้เลย” พี่เชนเอนตัวมาเอื้อมมือหยิบดินสอที่เสียบไว้ที่หูผมแล้ววงลงไปที่แฟ้มงาน เสียงตึ่ง!ดังขึ้น พี่เอย์โยนหนังสือเล่มใหญ่ลงที่โต๊ะแล้วเดินเข้ามานั่งข้างผมเลย

“หิวน้ำ” มันกระแทกเสียงหน้างอ

“ข้างในแน่ะพี่ ตู้เย็นมีเปิดเลยครับ”

“มึงไปเอามาให้ดิ่”

“โอเค” ผมก็ลืมไปคุณชายชอบให้บริการ

ตึ่ง!! เสียงตึงตังดังขึ้นผมรีบหันไปดูกำลังหยิบน้ำมารินใส่แก้ว อะไรวะพี่เอย์ยืนคร่อมพี่เชนไว้ เก้าอี้พี่เชนคือถอยไปชนผนังเลย

“มีอะไรพี่” ผมเข้าไปดึงเก้าอี้พี่เชนออกมามือนึงถือแก้ว พี่เอย์แม่งหน้าโหดสุดอ่ะ ผมมองหน้าสองคนไปมา คือเงียบไปทั้งคู่ ผมวางแก้วน้ำลง

“พี่เอย์” ผมดึงแขนมันมานั่งที่เดิมโซฟายาว พี่เอย์หน้าตาคืออารมณ์ขัดใจมาก มันพยายามข่มใจผมรู้เลย แล้วก็เข้าใจว่ามันเป็นอะไรด้วย

“พี่เชนเป็นพี่ชายผมพี่” ผมย่อตัวนั่งยอง ๆ ลง จับหน้าขามันไว้

“กูรู้แล้ว” มันว่าแล้วกัดปากนิ่ง

“พี่เอย์ไม่งอแงนะครับ ถ้าพี่นั่งเฉย ๆ งานผมจะเสร็จเร็วนะ เราจะได้กลับกันไง แต่ถ้างานผมไม่เสร็จดึกดื่นแค่ไหนผมก็กลับกับพี่ไม่ได้นะ”

“........”

“ผมเซ็ทเครื่องให้บริษัทพี่นะครับ พรุ่งนี้พวกผมต้องเข้าไปติดตั้ง ขอเวลาผมแปปนะพี่”  ผมพูดไปลูบขามันไป คือปลอบอยากให้มันใจเย็นลง พี่เอย์คว้าเอามือผมเข้าไปจับไว้สอดมือประสานกัน

“เครื่องกูให้มึงเป็นคนทำนะ ไม่ให้คนอื่นทำ” พูดถึงคนอื่นมีการตวัดสายตาไปมองพี่เชนอีก เด็กน๊อเด็ก

“ครับผม ผมรู้แล้ว เดี๋ยวลงเกมส์เด็ดๆ เจ๋ง ๆ ให้ด้วยดีไหม”

“จิ๊!  กูเป็นผู้บริหารเหอะ จะไปนั่งเล่นเกมส์ได้ที่ไหน”

“งั้นลงรูปสาว ๆ”

“ไม่เอา”

“แล้วจะเอาอะไรอ่ะครับ เพลงเหรอโหลดฟังง่ายกว่าไหม”

“เครื่องกูเชื่อมต่อกับเครื่องมึงที่นี่ได้ป่ะล่ะ เปิดกล้องคุยกันได้ เปิดค้างไว้ทั้งวันเลย กูจะได้ดูตอนมึงทำงานด้วย ดึงข้อมูลจากเครื่องมึงได้ รู้ทุกอย่างเวลามึงทำอะไร ฐานข้อมูลของมึงเชื่อมต่อกับเครื่องของกู”

ผมเริ่มเหงื่อตก กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ๆ เลยดิ่ มันเองก็มองหน้าผมอยู่เหมือนกำลังรอคอยคำตอบ ผมค่อยลุกขึ้นช้า ๆ พี่เอย์เงยหน้ามองดึงมือผมไว้ไม่ยอมปล่อย

“เดี๋ยวต้องดูก่อนนะเครื่องพี่สเป็คมันได้ไหม ถ้าได้ผมทำให้เลยครับ”  แน่นอนว่าผมโกหก จะไปเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับที่นี่ได้ยังไง ความลับบริษัทเยอะแยะ

“ต้องทำดิ่ ถ้าสเป็คต่ำไปก็ซื้อใหม่เลย เอายี่ห้อแบบที่มึงใช้เลยก็ได้”

“ครับ ๆ พี่เอย์ปล่อยก่อนนะผมทำงานต่อ”

“ไม่เอา มึงบอกว่าจะทำให้ก่อน” พี่เขาเริ่มหน้างออีก ผมก็เลยก้มลงไปกระซิบมัน

“ไหนว่าวันนี้อยากให้ผมไปค้างด้วยไง” มันตาโตถามผมกลับ  “จริงเหรอ ค้างได้เหรอ”

“จริงสิครับถ้างานเสร็จนะ พี่ต้องไม่กวนผม ไม่งอแง”

“อือๆ งั้นกูจะนั่งเรียบร้อยไม่กวนมึงแล้ว”  ผมอมยิ้มตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เดี๋ยวดึกๆถ้างานเสร็จค่อยว่ากันอีกทีแต่วันนี้เวรพี่เชนเฝ้าออฟฟิศผมจะพยายามทำงานให้เร็วที่สุดจะได้กลับไปกับพี่เอย์ได้  พี่เอย์ปล่อยมือผมออกหยิบนิตยสารไอทีมานั่งอ่านของมันไปเรื่อย ๆอีก ผมเดินมาที่โต๊ะมองดูเครื่องคอมมากมายที่วางเรียงอยู่ที่พื้นแล้วไม่รู้เลยว่าจะเสร็จตอนไหน ผมเริ่มนั่งทำงานของผมต่อ พี่เชนเหล่มองมานิดๆแต่ไม่พูด ผมเกรงใจพี่เขามากเลย

“แฟนมึงหลับแล้วโน่น” พี่เชนพูดขึ้นเบา ๆ บุ้ยใบ้ให้ผมดูว่าคุณชายนอนหลับอยู่ที่โซฟา ตัวยาวมาก มือห้อยตกลงมาถึงพื้น ผมลุกขึ้นเดินไปเอาผ้าผืนเล็กๆคลุมหน้าอกให้ เสื้อพี่เอย์เป็นเชิ้ตติดกระดุมแล้วมันชอบหลุดที่เม็ดสองเม็ดแรก เพราะเสื้อมันฟิตพอดีตัวเกิน

“โทษทีนะพี่ ผมพาพี่เขามารบกวนพี่เชนมากใช่ไหม” พี่เชนหยิบอมยิ้มในลิ้นชักส่งมาให้ผม

“แฟนมึงเอาแต่ใจ”

“แบบนี้แหละพี่ ตัวจริงพี่เอย์เขาเลย”

“กูหมั่นไส้ว่ะแม่ง นิสัยเสีย ไม่รู้จะหึงทำเหี้ยไร เดี๊ยะๆเดี๋ยวกูจะแกล้งเอาให้หายใจไม่ออกเลยเหอะ”

“อย่าเล่นนะครับพี่เชน คนที่จะหายใจไม่ออกคือผมนี่แหละ ตายห่าแน่อ่ะ”

พี่เชนหัวเราะ เราสองคนนั่งทำงานต่อไปเรื่อย ๆ

“พี่เชนถามจริงพี่ไปโดนใครฟาดปากมาอ่ะ” ผมเอียงหน้าดูรอยเขียวช้ำที่ปากพี่เขาชัดๆ ถือโอกาสพักสายตาจากจอ

“คนนิสัยไม่ดีไง คนเอาแต่ใจ ขี้หึง”

“พี่ไปยุ่งกับแฟนเขาอ่ะดิ่”

“มั่วแล้ว กูไปยุ่งกับแฟนมันตอนไหน กูอยู่ของกูเฉยๆเหอะ”

“แต่เขาเข้าใจพี่ผิดเลยชกมาแบบนี้นี่มันทะแม่ง พี่สวนกลับมันไปกี่หมัดอ่ะ”

“ทันที่ไหน กูเมาล้มตึงเลยดิ่ ไม่ทันได้สวนห่าไรหรอก”

“เอ๋าเห้เลยแบบนั้น”

“ซวยอ่ะดิ่”

“ผู้หญิงสวยมากอ่อพี่” ผมรู้สึกสงสัย ปกติพี่เชนไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องมีราวแบบนี้ไง แล้วไปจีบใครคือผมไม่รู้เรื่องเลยจริงเนี่ย

“หึหึหึ” พี่เชนหัวเราะจนไหล่ไหว กัดปากยิ้มอยู่คนเดียว ตาวูบวาบจ้องหน้าจอไม่หันมามองผมเลย

“สวยเหี้ยๆเลย”

ผมพยักหน้ารับเบา ๆ เข้าใจ คงจะสวยมากแหละไม่งั้นพี่เชนไม่โดนเจ้าของเขาหวงใส่แบบนี้หรอก ผมยื่นหลอดยาให้อีก

“ทาซะนะพี่ เดี๋ยวหายแล้วไปหาคนใหม่ละกัน คนมีเจ้าของแล้วพี่อย่าไปยุ่งเลย” ผมเห็นพี่เชนส่ายหัวนั่งอมยิ้มไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมาอีกเราสองคนนั่งทำงานกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง พี่เอย์ตื่นมาอีกทีขยี้ตาแล้วเดินมาหาส่อง ๆ ดูผม ทั้งผมทั้งพี่เชนลืมเวลากันไปเลยนะ มองดูนาฬิกาอีกทีอ้าว หกโมงเย็นแล้ว เสียงกุกกักดังอยู่ด้านในผมหันไปมองคุณชายเดินเข้าไปในครัวค้นๆหาอะไรบางอย่างในตู้เย็นตู้เก็บของ ผมว่าพี่เขาคงหิว

“มึงลุกไปต้มมาม่าไป รองท้องไปก่อน แฟนมึงหิวเดี๋ยวหาเรื่องกูอีก”

“พี่เอย์หิวเหรอครับ” ผมเดินเข้ามาหา พี่เอย์นั่งเอาซองมาม่าเปล่ากรอบ ๆ มาฉีกแล้วนั่งกิน มันมองหน้าผมตาละห้อย

“กูทนได้ เดี๋ยวจะรอมึง”

“ผมต้มให้ไหม เวฟแปปเดียว อย่ากินแบบนี้เลยนะมันแห้งเดี๋ยวร้อนในท้องอืดด้วย ปวดท้อง”

“ไม่เอา ไม่ต้มเดี๋ยวจะรอกินข้าวพร้อมกัน มึงรีบไปทำงานเหอะ” ผมหันไปมองดู ตรง ๆ เลยนะไม่รู้ว่าห้าหกทุ่มจะเสร็จไหม ผมเดินไปหาพี่เชนถามเรื่องร้านอาหารหลังซอยไม่ไกลมากนัก พี่เชนบอกเปิดอยู่นะเมื่อเช้าเห็น

“พี่เอย์พี่กินไก่ย่างได้ไหมพี่ ข้าวเหนียวไก่ย่างส้มตำ แบบนี้กินได้ป่ะ”

“ส้มตำ?”

“ใช่ครับ แบบที่ร้านแม่ผมทำไง พี่กินได้ไหมเดี๋ยวสั่งตำไทยให้ก็ได้”

“มีข้าวผัดกุ้งไหม”

“ไม่มีหรอกพี่”

“ไปกินข้าวร้านแม่มึงไหม เสร็จแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ”

“วันหลังนะครับ คือวันนี้ผมรีบจริง ๆ วันหลังเราเข้าไปกันผมจะบอกแม่กับพี่ขมไว้”

สรุปคือตอนนี้พี่เอย์ซ้อนมอไซด์ผมขับไปที่หลังซอยซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างส้มตำปูปลาร้าแซบ ๆ  ขากลับผมแกล้งขับ ๆ เบรกๆพี่เอย์หิ้วถุงกับข้าวเต็มมือมันกอดผมแน่นเลย

“เดี๋ยวเหอะมึง กูอยากขึ้นมาจะไปเอากันได้ที่ไหน” ผมหันไปตบปากมันอิพี่เอย์หลบทัน ผลักหัวผมอย่างแรง ผมเลยรีบบิด

พอมาถึงผมรับเอาถุงอาหารเข้าไปวางไว้ที่โต๊ะกำลังจะเท พี่เอย์เดินไปล้างมือเสร็จมันคว้ามือผมไว้

“อะไรพี่”

“จูบมึงตรงนี้ได้ไหม”

“หือ!!!??”

“กูอยาก”

“พี่เอย์พูดอะไรน่ะครับ” ผมจะดึงแขนออกแต่พี่เอย์เร็วมากมันสลับมือสวนจับข้อมือผมไว้อีก

“งั้นห้องน้ำ”

“ไม่เอาหรอก ไหนพี่ว่าหิวข้าวไง พูดอะไรน่ะไม่รู้เรื่องเลย”

“แปปเดียว ต่อจากเมื่อเช้ากูยังค้างอยู่เลย เมื่อกี้นั่งซ้อนรถมึงกูรู้สึกตัวเองมีอารมณ์ว่ะ นิดเดียวนะแค่จูบ” ผมมองไปที่พี่เชนทันทีกลัวพี่เขาจะได้ยินเกรงใจมาก แต่รายนั้นไม่ได้รู้เรื่องหรอกนั่งทำงานเห็นแต่แผ่นหลังอ่ะ ผมเลยจูบแก้มมันไปด้วยความเร็วแสง จ๊วบบบ!!!!

“ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนพี่ คืนนี้ค่อยว่ากัน” ผมกระซิบ

อะไรวะเสียงจุ๊บลอดออกไปรึ?? ไหงพี่เชนหันขวับมองมาทันทีเจออพี่เอย์ตีคิ้วยึ๊กๆใส่มันส่งยิ้มเจ้าเล่ห์เย้ยสุดๆไปให้ พี่เชนขมวดคิ้วใส่แล้วหันไปทำงานของพี่แกต่อ

“พี่เชนกินข้าวครับ” ผมเททุกอย่างใส่จาน วางเรียงเรียบร้อย กวาดตามองอาหารบนโต๊ะ ตำปูปลาร้า ตำไทยใส่ปู ไก่ย่างอบเนย ปลาทับทิมทอดกระเทียม ต้มยำกระดูกหมูแซบเปรี้ยวสุด ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวร้อน ๆ สามถุง พี่เอย์ถือส้อมอยู่ในมือเตรียมพร้อม มันนั่งลงข้างผม พี่เชนล้างมือเสร็จออกมานั่งลงแล้วจัดการตักกินเลย พี่เอย์จ้องใหญ่

ผมกับพี่เชนกินแบบนี้กันบ่อยเลยรู้สึกเฉย ๆ เราคล่องกับข้าวเหนียวกันมาก ผมหยิบน่องไก่หอมเนยส่งให้พี่เอย์มันพยายามจะใช้ส้อมจิ้มรับผมเลยบอกให้ใช้มือหยิบเลยแล้วแทะ ทำให้เหมือนหมาแทะอ่ะ พี่เอย์หัวเราะหึหึ แต่ในที่สุดก็เอามือมารับไป มันใช้ส้อมจิ้มข้าวเหนียวออกจากถุงแล้วกินไปเรื่อย ๆ ไม่แตะส้มตำเลยนะ มีผมกับพี่เชนโซ้ยกันสองคน

“พี่เอย์ตำไทยอร่อยนะครับ ไม่เผ็ดหรอก”

พี่เอย์ส่ายหัวแล้วบอกไม่เอา ผมเลยเลื่อนน้ำจิ้มไก่ส่งไปวางไว้ใกล้ ๆ มัน

“อร่อย”

“ อร่อยก็กินเยอะๆพี่”

“ที่นิวยอร์กไม่มีแบบนี้” มันจ้องไก่อบเนยตาหวานเชียวท่าทางถูกใจเอามาก ๆ  “กูชอบ วันหลังมึงทำให้กินนะ ไก่ตัวใหญ่”

“ทำเป็นที่ไหนล่ะครับ เจ้านี้อร่อยถ้าพี่เอย์อยากกินอีกก็มาที่นี่บ่อย ๆ สิครับ”

“อ่ะแค่กๆๆๆๆๆๆ” เสียงพี่เชนสำลักอะไรสักอย่าง ผมเลื่อนแก้วน้ำส่งให้ พี่เขายกดื่มแต่ยังไอโขลกไม่หยุดผมเลยลุกขึ้นว่าจะไปทุบหลังให้ พี่เอย์คว้ามือผมไว้แล้วบอกเดี๋ยวกูไปทำให้เองมึงมือเปื้อน ผมเลยนั่งลง

“อะ..แค่กๆๆๆๆ อิ่มแล้ว...แค่กๆๆ กูอิ่มแล้ว” พี่เชนรีบลุกขึ้นเดินไอโขลกเซไปนั่งลงที่โต๊ะตัวเอง ผมเห็นพี่เอย์แอบยิ้มทำท่าว่าจะลุกไปแต่ไม่ลุกผมเลยเตะขาพี่เขาไปแล้วชี้หน้า คุณชายเบะปากยักไหล่แล้วก้มลงกินไก่จิ้มน้ำจิ้มต่อ

เมื่อทุกอย่างเสร็จผมเก็บล้าง เปิดคอมให้คุณชายนั่งเล่นเกมส์ มันตื่นเต้นใหญ่เล่นจนลืมเวลาไม่มากวนใจผมสักนิด คืนนั้นผมออกจากออฟฟิศเกือบ ๆ หกทุ่ม พี่เอย์ตรงดิ่งกลับห้องเลย ผมงี้นั่งคิ้วมุ่นอยู่บนรถตลอดทาง

จะมีวิธีไหนที่จะเลี่ยงจราจลบนเตียงระหว่างผมกับมันคืนนี้ได้บ้าง ผมก็คิดวิธีไปเรียบเรียงทีละสเต็ป ไปถึงห้องผมจะต้องทำอะไรบ้างก่อนหลัง

พอรถจอดลงที่ช่องจอดแค่นั้นล่ะครับ พี่เอย์พุ่งเข้าหาเลย เกียร์เกอร์เหี้ยไรคุณชายไม่สนแล้วรวบเอาตัวผมเข้าไปจูบไซร้ซุกแม่งบนรถนั่นเลย

“อ๊ะ ๆ เดี๋ยวๆพี่ ย่ะ..อย่า...อื้มม..”

“ไม่รอแล้ว กูรอมาสิบสามชั่วโมงแล้วแม่ง” มันว่าอู้อี้เสียงหื่นสุด ถกเสื้อผมขึ้น มุดหัวเข้าไปสุขสันต์อยู่กับสองจุกผม

“อ๊ะ...” พี่เอย์สอดมือเข้ามาทางแผ่นหลังแล้วรั้งร่างกายผมเข้าไปตัวมันคร่อมเกียร์มาแล้ว เบาะรถหรูค่อย ๆ ปรับเอนตัวลงเป็นแนวราบ

พี่เอย์เลื่อนตัวขึ้นมาจูบ “ขอนะ” มันกระซิบแต่ไม่ได้รอคำตอบผมหรอก เราสองคนแลกจูบเร่าร้อนกันอยู่นาน ผมสอดสองมือเข้าที่กลุ่มผมหนานุ่มเอียงศรีษะรับ คล้องคอมันไว้ พี่เอย์ครางเสียงต่ำซุกหน้าลงที่ซอกคอขาว ผมรู้ดิ่มันชอบให้เล่นผมมันแบบนี้มากที่สุด สามปีไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ

“ปิง” พี่เอย์ละลำตัวขึ้นจ้องหน้าผมเอามือลูบแก้มผมเบา ๆ ตาหวานเชื่อมเลย มีแต่วี่แววไฟปรารถนาเต็มไปหมด

ผมเขินนิดๆ

“เสาร์หน้าไปบ้านคุณย่ากับกูนะ”

ผมนิ่งไป คิดว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดไหม

“ท่านเรียกมาอยากให้กูเข้าไปหา ไปด้วยกันนะคุณย่ากูใจดีท่านต้องรักมึงแน่ ๆ”

พี่เอย์จะซุกจมูกโด่งๆลงมาอีกแต่ผมเอามือยันอกมันไว้ “วันไหนนะครับ

“เสาร์หน้า”

“แล้วพี่จะบอกท่านว่าอะไร จู่ๆจะพาผมเข้าไปด้วย”

“ก็บอกไปตามจริง เราสองคนเป็นอะไรกันล่ะ”

“นั่นสิพี่ เราสองคนเป็นอะไรกัน” ผมถามเจ้าเล่ห์ พี่เอย์สอดมือเข้าเสยผมที่ปรกหน้าผากผมออกให้ ช้า ๆ มันจูบลงเบา ๆ ที่เหม่งน้อยของผม ใจผมจดจ่อรอฟังคำตอบ

“มึงเป็นของกู กูเป็นของมึง เราเป็นของกันและกันไง เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนรัก เป็นทุกๆอย่าง”

“ตอนไหน??” ผมถาม

พี่เอย์ขมวดคิ้วแน่นเลย

“ผมลืมไปแล้วจำไม่เห็นได้ เราสองคนเคยเป็นของกันและกันด้วยเหรอ”

“หมาปิง สามปีที่แล้ว อย่ามากวนนะ”

“ลืมไปแล้วจริ๊งๆ”

“หึหึ หึหึ” มันสอดมือเข้ามาเสยผมที่หน้าผากให้

“พี่หัวเราะทำไมอ่ะ”

“เดี๋ยวกูจะรื้อฟื้นความทรงจำให้มึงไง ตอนนี้เลยดิ่” พี่เอย์เลื่อนมือลงมาปิดดวงตาผมไว้ แล้วทาบทับริมฝีปากเร่าร้อนลงมา

“เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!! ไม่อ๊าวววววววววว


จ๊วบบบบบบบบบบ!!!


“แค่จูบ แค่จูบ อย่าทำอย่างอื่นผมนะ นะๆๆๆ” ผมโวยลั่น ดิ้นๆๆ

“เออ! อย่าทำมาร้องโวยวาย กูอยากจูบมึงนักล่ะ หมาเอ๊ยยย  เฉยๆดิ่วะบนรถยิ่งแคบ แลบลิ้นมึงออกมา”






 Tbc.