Sunday, February 8, 2015

กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) # 4









IV




ค่ายมวย 24 ชั่วโมง


ที่จอดสำหรับสมาชิก


เมื่อรถยนต์สีขาวคันสวยเลี้ยวเข้ามาจอดตัวลงในช่องจอดพิเศษสำหรับสมาชิก เอสไม่สนใจคนข้าง ๆ ที่ยังนั่งตาค้างมองป้ายค่ายมวยจนเหลียวหลัง เขาเปิดรถออกมายืนหัวเสียอยู่ด้านนอกเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด

บ้าฉิบ..สบถขึ้นอย่างหงุดหงิดพร้อมกับยกแขนซ้ายขึ้นเช็ครอยเขียวช้ำที่ดูเด่นขึ้นมาแม้กระทั่งในที่มืดๆขนาดนี้ยังเป็นสีม่วงจัด  มีรอยขีดสีแดงที่คาดว่าน่าจะมาจากเล็บตอนที่สู้กันบนรถเมื่อตะกี้  เหอะ เหมือนที่เพื่อนเขาว่ากันไม่ผิด หมาบ้าชัดๆ มันทั้งทุบทั้งตีพอไม่ได้ดั่งใจทั้งถีบทั้งจิกทั้งข่วน ดีนะที่มันยังนั่งอยู่ในรถถ้าหากยืนเถียงกันนี่เขาคิดว่าคงไม่พ้นเจอหน้าแข้งมันแน่ ๆ

มึงพากูมาที่นี่ทำไมแคปก้าวตามลงมาติดๆ เขาเดินเข้ามาถามเอสด้วยน้ำเสียงห้วนๆ กับหน้าตาช่างสงสัย  แต่เอสขี้เกียจพูดด้วยเขาส่ายหัวบอกให้แคปหลีกทางจะเดินเข้าไปด้านใน แคปไม่ยอมก้าวขาขวางไว้ สองคนเลยยืนจ้องหน้ากัน 

ก็ไหนว่ามึงจะตีกับกูไง พามาที่ค่ายมวยขนาดนี้อย่าบอกว่ายังโง่ไม่เข้าใจความหมายกูอีกนะ..

ไอ้สัส  ที่กูถามน่ะหมายถึงว่าอะไรจะต้องยุ่งยากขนาดนั้น มึงบ้ารึเปล่าตีกันที่ไหนก็ได้นี่หว่า ทำไมถึงต้อง......

สวัสดีครับคุณเอส วันนี้ทำไมมาซะดึกเลย..เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง เรียกให้แคปที่ยังพูดไม่จบประโยคดีต้องหุบปากลง ทั้งสองคนหันไปมองเป็นพนักงานของที่นี่วิ่งออกมาต้อนรับ ท่าทางนอบน้อมกับเอสน่าดู

ไม่เห็นคุณเอสมาตั้งนานเลยครับ เฮียถามหาอยู่ตลอดเลย ไม่ทราบว่าวันนี้จะมาซ้อมหรือว่ามาหาเฮียครับ

พอดีเพื่อนผมเขาอยากปล่อยของเลยจะมาเป็นคู่มือให้สักหน่อย รบกวนนายเป็นกรรมการให้หน่อยสิเอสโบ้ยหน้าไปที่แคป พนักงานมองคนตัวเล็กกว่าเอสแค่ไม่กี่เซ็นต์ด้วยสายตาประเมินความสามารถสุดขีด ก่อนอมยิ้มบางๆออกมา

ได้เลยครับ ใช้ห้องเดิมดีไหมครับ

ได้เอสยกข้อมือดูเวลา แล้วปรายตามาทางแคปหน่อยนึง ก่อนที่จะเดินตามพี่พนักงานชายเข้าไปด้านใน แคปเองก็เดินตาม

นี่มึงเอาจริง?” แคปดึงเอสไว้แล้วกระซิบถาม   กูก็บอกแล้วไงทำไมมึงต้องยุ่งยากด้วยวะ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

ตีแบบนี้แบบนี้แหละดี มีกรรมการมีอุปกรณ์ แพ้ชนะตัดสินกันเลยพอเข้ามาถึงห้องใหญ่ เอสโยนนวมส่งให้ แคปรับไว้เกือบไม่ทัน เขากำลังสนใจกับบรรยากาศรอบ ๆ เวทีสองสามเวทียาวต่อเนื่องกันไป

เพิ่งจะเคยรู้ว่ามีค่ายมวยสำหรับซ้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ เขาหันมองเอสอย่างประเมินก่อนที่จะสรุปได้เองว่า เจ้านี่มันอาจจะเป็นนักมวยเก่าหรือไม่งั้นก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่เป็นประจำถึงขนาดได้เป็นสมาชิกมีที่จอดรถประจำ พนักงานรู้จักถึงขนาดวิ่งเข้ามาเทคแคร์

แต่เดี๋ยวก่อน...ถ้าหากว่าเป็นสมาชิกของที่นี่นั่นก็หมายถึงว่ามันชกมวยเก่งดิ่??  แล้วถ้ามันชกมวยเก่งเขาควรจะเอาตัวเข้าไปแลกไหมยังไง...แคปเริ่มคิดหนักจนคิ้วเริ่มจะผูกติดกันเป็นโบว์

ยืนเซ่ออยู่ทำไม ถ้าพร้อมแล้วก็ขึ้นมาเสียงเอสตะโกนเรียกทำให้แคปสะดุ้ง มองดูอีกทีเอสอยู่บนเวทีเปลี่ยนเป็นชุดวอร์มรออยู่แล้ว สวมนวมเรียบร้อย แคปเดินเข้าไปหาเกาะขอบเงยหน้ามอง เอสเลยจับเชือกที่ขอบเวทีแล้วรั้งลงพลางกระตุกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พูดจาท้าทาย

อย่าบอกนะว่ามึงกลัว...

หึ...ไม่มีทางหรอกเว้ยว่าจบแคปเหวี่ยงขากระโดดขึ้นเวทีข้ามเชือกเข้าไปหาทันที เอสถอยออกมายืนอยู่ตรงกลางรออีกคนแต่งตัวให้เรียบร้อย

ชุดมึงอยู่นั่น..เขาบุ้ยใบ้ไปที่เก้าอี้มุม พนักงานเอาเข้ามาวางให้ตั้งแต่แรก

กูไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดหรอก ไม่อ่อนอย่างมึงจะชุดไหนกูก็ต่อยได้ทั้งนั้นเว้ย  เอาแค่ถอดเสื้อก็คงจะพอมั้ง....แคปว่าข่มพร้อมปลดกระดุมลงทีละเม็ดๆ เหวี่ยงเสื้อที่ถอดออกพาดไว้ที่เชือกก่อนหยิบนวมขึ้นมาสวมสร้อยสีเงินเส้นจิ๋วสะท้อนแสงกับหลอดนีออนแวววาวเป็นประกาย  เขาเดินหน้าเข้าหาเอสเรื่อย ๆ ด้วยแววตาที่ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วเพราะงั้นแคปจะลุยเต็มที่ แม้จะรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบอยู่หน่อย ๆ แต่พ่อกับพี่ชายสอนเขาเสมอว่าไม่ให้กลัวคนและไม่ยอมให้ใครมารังแก ถึงแม้ว่าจะต้องแพ้ก็ขอแบบสมศักดิ์ศรีละกันวะ

แพ้ชนะตัดสินยังไง...แคปถามขึ้น นวมพร้อม ทุกอย่างพร้อม ปรายตามองดูกรรมการเองก็พร้อม แต่สะกิดใจตอนที่เห็นชุดมิดชิดของเอสแล้วก็อดที่จะขำไม่ได้ อะไรก๊านนน แมนๆต่อยกันทำไมต้องแต่องค์มิดชิดขนาดนั้นด้วยวะ  อย่าบอกนะว่าไอ้เอสหุ่นมันไม่เฟิร์มถึงขนาดอายที่จะถอด  น่าขำ

ยกเดียวจบ ใครล้มก่อนเป็นฝ่ายแพ้เอสพูดขึ้น

โอเคได้ แต่กูถามไรอย่างได้ไหมวะ

อะไรเอสมองอย่างสงสัย จะชกกันอยู่แล้วยังมีมาถาม

ทำไมมึงต้องใส่ชุดมิดชิดขนาดนั้นด้วย  หุ่นไม่เฟิร์ม? รูปร่างไม่ฟิต? หรือว่าพุงมึงย้อยวะห๊ะ ฮ่าๆๆๆ

จบคำพูดแคปเอสถอนหายใจยาวเหยียด รู้สึกสมเพชคนที่กำลังหัวเราะเยาะเขามากจริง ๆ ไม่เฟิร์ม ไม่ฟิต พุงย้อย  บ้ารึเปล่า จะต่อยกันอยู่แล้วยังมีหน้าพูดเรื่องรูปร่าง ชอบคิดโน่นนี่นั่นไปเอง แล้วก็สรุปเองเสร็จสรรพ ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นรูปร่างคนอื่นแท้ ๆ ทีตอนอยู่บนรถแหกปากบอกจะต่อยตีลูกเดียว พอพามาต่อยกันจริง ๆ ถามนั่นถามนี่จนน่ารำคาญ

ถอดออกดิเสื้อมึงอ่ะ แมนๆชกกันครับ ไม่เคยได้ยินรึไง

อย่าพูดมาก มาเริ่มกันเลย..เอสส่ายหัวรำคาญคนพูดมาก เขาหันไปพยักหน้าบอกกรรมการว่าจะเริ่มแล้ว 

เออตามใจ เรื่องของมึงแคปไม่สนใจเรื่องชุดอีกต่อไป เขาคิดไปเองสรุปไปเองว่าเอสคงเป็นแค่คนที่ฝีมือสูสีกันกับเขาเพราะว่าหน้าตามันไม่ใช่แนวนักมวยป่าเถื่อน พวกกล้ามโตๆแผงอกใหญ่ ๆ แบบนั้นปล่อยมาหมัดเดียวเขาคงได้ตายคาที่แน่ ๆ

แต่ในเวลาเดียวกันนั้นแคปดั๊นนึกเรื่องอะไรบางอย่างออก

มีอะไรอีก..เอสถามขึ้น

ชกกันเฉย ๆ มันจะไปมันส์อะไรวะ คนแบบพวกเรามันต้องมีพนันขันต่อเข้ามาเอี่ยวดิ่  แบบนี้ธรรมดาเป็นบ้าไม่มีอะไรน่าสนใจ งั้นกูจะเพิ่มเงื่อนไขลงไปละกัน

ว่า....

ถ้ากูชนะ กูจะได้อะไร

ไร้สาระ มึงคิดว่ามึงจะชนะหรือไงเอสสวนกลับในทันที

เออ ของมันแน่อ่ะ...แคปลอยหน้าตอบ ความมั่นใจเต็มเปี่ยม

เรื่องมากฉิบหาย จะเอาอะไรว่ามา

อืม....แคปทำท่าคิดนิดนึง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาอีกคนแล้วใช้นวมชกลงที่ไหล่เอสเบา ๆแบบหยอกล้อ เหล้าแพงๆสักขวดก็ไม่เลวนี่หว่า หึหึ

เอสผลักเขาออกในทันที พร้อมยืนจ้องหน้าคนที่กำลังอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ 

ก็ได้  แล้วถ้ามึงแพ้ล่ะเอสรับคำแล้วถามกลับ แคบเลิกคิ้วแบบกวนตีนสุดๆ

แพ้เรอะไม่มีทางหรอกเว้ย แต่ก็เอาเหอะเพื่อความสบายใจของมึงกูจะบอกไว้คร่าว ๆ ก็ได้ ถ้ากูแพ้นะ กูจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมึงคืนนี้เป็นไง

ทำไมต้องก๋วยเตี๋ยวเอสถามงงๆ ไม่ยุติธรรมที่สุด ก๋วยเตี๋ยวห้าสิบบาทกับเหล้าดีๆขวดตั้งหลายพัน

เพราะกูมั่นใจว่ากูจะต้องได้แดกเหล้าต่อ ก๋วยเตี๋ยวมันเป็นแค่ข้ออ้าง ก็มันเป็นเพราะมึงไม่ใช่รึไงที่ลากกูออกมาจากผับนั่น ถ้าตีกันที่นั่นแล้วนั่งต่อ ป่านนี้.....แคปเผลอคิดไปว่า ป่านนี้คงได้กินเหล้าปลอบประโลมหัวใจช้ำๆจากน้องแยมคนสวยที่เห็นเขาเป็นควายมาสองเดือนเต็ม ๆ ไหนๆคืนนี้จะชกชนะแล้วก็ให้ไอ้คนขี้แพ้มันเลี้ยงเหล้าตอบแทนไปเลยละกัน

ป่านนี้อะไร..เอสถามประโยคที่แคปยังพูดไม่ทันจบ

ไม่มีอะไร ไม่เกี่ยวกับมึงเอาเป็นว่าถ้ามึงแพ้มึงเลี้ยงเหล้ากู แต่ถ้ากูชนะกูจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมึงแคปอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาไม่ชอบกินเตี๋ยวเลย และวันนี้แน่นอนว่าไม่มีทางได้กินด้วย

จะเอาแบบนั้น?” เอสถามมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ  แคปยักคิ้วตอบกวนๆว่า  เออ

ก็ได้ ตามนั้น  เข้ามาเลย...

เสียงทุ้มต่ำพูดแค่สั้น ๆ สองคนเดินหน้าเข้าหากันทันที แคปแสยะยิ้มนิดหน่อยขณะที่เอานวมทั้งสองมือชกใส่กัน เอสคงคิดว่าเขาจะใช้หมัดต้องตั้งการ์ดปิดอยู่แล้ว แต่โทษทีว่ะ หึหึ  เขายกขาขึ้นฟาดในจุดที่เขาคิดว่าเล็งไว้ดีแล้ว


ผั๊วะ....ตึ่งงงงง!!!!!!!


ไอ้อ่อนเอ๊ยยยย...” 

แคปยืนเท้าสะเอวเบ้หน้า มองคนที่นั่งกองอยู่ที่พื้นอย่างเสียอารมณ์ เป็นไปได้ยังไงวะ แค่ลูกเตะครั้งเดียวของเขาจะทำให้มันจอดลงที่พื้นแบบนี้ เอสถอดนวมทิ้งแล้วยกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด  พื้นที่บนตัวเขามีเป็นสิบเป็นร้อยตารางนิ้วเรื่องบ้าบออะไรทำไมไอ้หมาบ้านี่มันถึงได้เล็งเจาะเข้าเป้าขนาดนั้น  เอสปวดหนึบเข้าที่หน้าขาอย่างช่วยไม่ได้  เมื่อสองปีที่แล้วเขามีอุบัติเหตุที่ต้นขาด้านหน้ามีปัญหาเรื่องกระดูกนิดหน่อยเจอแคปซ้ำลงมาที่แผลเดิมพอดิบพอดีเล่นเอาเขาเสียวปลาบไปทั้งขา ไปไม่เป็นทรุดนั่งอย่างหมดปัญญา 

กูแพ้แล้ว...เอสบอก

บ้าฉิบ มึงตั้งใจต่อยรึเปล่าเนี่ยแคปโวย

แพ้ก็คือแพ้ อย่ามาถามเรื่องมากเอสลุกขึ้นยืน เขาชะลอเวลาสักครู่ยังไม่ก้าวขาออกไปจนแคปสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ

เป็นไรของมึง อะไรโดนกูเตะแค่นั้นอย่าบอกนะว่าเดี้ยงเลยอ่ะ..

ประสาทเอสว่าแล้วส่ายหัว เดินไปหยิบเสื้อที่แคปพาดไว้แล้วโยนส่งให้ คนรับคว้าเอาไว้เกือบไม่ทัน

เดี๋ยวกูออกมา มึงไปรอที่รถก่อนก็ได้

“เรื่องดิ ทำไมกูต้องเชื่อมึงวะ” แคปใส่เสื้อแบบลวก ๆ ลอดเชือกออกมาแล้วกระโดดลงจากเวที มือก็ติดกระดุมไปด้วย

“ไม่อยากแดกเหล้าฟรีรึไง ไหนบอกว่าถ้ากูแพ้เลี้ยงเหล้ามึงไง..” เอสหันไปถาม  แคปหยุดชะงักอยู่ที่ประตู คำว่าของฟรีแน่นอนว่ามันล่อใจโดยเฉพาะสุรากับคนแมนๆเช่นเขา หึหึ

“อย่าช้านะมึง กูจะนับถึงแค่เก้าสิบ” คนตัวเล็กกว่าต่อรอง เอสพ่นลมขายใจแบบขำๆ

“หึ  เออ นับช้า ๆ ละกัน ห่างรอบละหนึ่งนาทีได้ยิ่งดี”

“สัส...”

เอสชี้หน้าทันทีที่แคปสบถ ปากบอกประมาณว่าให้ยืนเฉยๆอย่าพูดมาก แต่แคปกลับเบะปากแล้วยักไหล่ใส่อย่างไม่แคร์

“กูจะพูด...ทำไม” แคปว่าท้าทายด้วยประโยคที่ไร้เสียง เอสคว้าเอานวมที่กองอยู่แถวๆนั้นซัดใส่หัวก่อนเดินหลบเข้าไปด้านใน ได้ยินแต่เสียงแคปด่าไล่หลังตามมา

“เพื่อนคุณเอสแปลกๆนะครับ” พนักงานที่เดินเข้ามาด้วยกันพูดขึ้น เอสถอดเสื้อวอร์มออกแล้วหยิบเสื้อตัวเองมาสวมใส่คืน มัดกล้ามเนื้อสวยงามตัดกับรอยสักที่ต้นแขนขวา สะท้อนภาพของผู้ชายรูปร่างดีมากคนหนึ่งอยู่ที่กระจกบานใหญ่

“เขาไม่ใช่เพื่อนผมหรอก”

“อ้าว”

“จะว่าไงดี คู่อริ คู่แค้น ไม่งั้นก็.....”

“คู่ขา??”

“หึ...ตลกน่า” เอสขำคำพูดแบบตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย พี่พนักงานคนนี้ค่อนข้างสนิทกับเขาดี มาทีไรก็ดูแลเทคแคร์อยู่ตลอด เอ็นดูกันตั้งแต่เขายังเด็ก เมื่อก่อนมาที่นี่บ่อย ๆ พอโตขึ้นเขาไม่ค่อยมีเวลามามากนัก แต่ก็ยังสามารถคุยเล่นแบบสนิทสนมได้

“ถ้าผมดูไม่ผิด เมื่อกี้คุณเอสแกล้งแพ้ใช่ไหมครับ”

“เปล่า ผมแพ้จริง ๆ โดนจุดสำคัญเข้าน่ะ”

“เรื่องอุบัติเหตุคราวนั้นน่ะเหรอครับ”

เอสพยักหน้ารับเบา ๆ พลางจับที่หน้าขาตัวเองไปด้วย ตอนนี้หายเจ็บแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเสียวแปลบๆอยู่บ้าง โชคดีเมื่อก้มลงดูไม่มีรอยแผลอะไรที่ต้องเป็นห่วงกระดูกคงจะเชื่อมต่อสมบูรณ์แล้ว บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกที่สะสมอยู่ในขณะที่เป็นแผลตอนนั้นพอสัมผัสเข้าก็รู้สึกตกใจมากกว่าที่จะเจ็บอะไรแบบจริง ๆ จัง ๆ








ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแผงลอยริมทาง รถแต่งสีขาวคันหรูชะลอตัวจอดลงข้างฟุตบาท

อ้าวไอ้เหี้ย ไหนว่าจะเลี้ยงเหล้าไง กูชนะนี่หว่าไหงพามาจอดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวล่ะวะเมื่อดูท่าว่าเอสกำลังจะเดินลงไปกินที่ร้านนี้แล้วแน่ ๆ แคปก็โวยวายขึ้นมา

ร้านนี้ก็มีเหล้าเอสพูดตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วเขาก็เปิดรถก้าวลงไปทัน แคปรีบตามเข้าไปถามไม่ดังนัก แถวนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรียงตัวกันอยู่สามสี่ร้าน ขยับไปหน่อยเป็นผับขนาดเล็กสองสามแห่งและที่ฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโดสูงใหญ่ขนาดกลาง แคปชี้ๆไปที่ผับเล็กนั่น เขามองเอสบอกประมาณว่าไปกินกันที่ร้านนั่นดีกว่า แต่เอสไม่สนใจผลักเขาออกแล้วเดินเข้าไปจับจองลงที่โต๊ะนั่งเล็กๆ

อะไรของมึง อย่าบอกนะว่าจะแดกเหล้าขาวกับก๋วยเตี๋ยวอ่ะแคปตามไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม 

มีปัญหารึไงล่ะ กูเลี้ยง มึงกินแค่นั้นจบโอเคไหม

ไอ้สัส กูไม่กินกับมึงแคปไม่สนใจแล้วเหมือนกัน เขาว่าจบลุกขึ้นหันหลังจะเดินออกไปเอสคว้าแขนเขาไว้แล้วดึงให้นั่งลง

นั่งลง มึงแดกเหล้าไปกูหิวข้าว

ทำไมกูต้อง....

สั่งอะไรดีคะ..พนักงานสาวเดินยิ้มหวานเข้ามาถามเสียงใสกริ๊ก แคปเหล่มองเธอตาโต อะไรกันเนี่ยร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางแบบนี้ทำไมมีพนักงานสาวสวยขนาดนี้มาเสิร์ฟได้ นางฟ้ามันต้องอยู่ในผับไม่ใช่รึไง ทำไมมาเดินดินอยู่ข้างทางได้วะเนี่ย  เขารีบดึงแขนตัวเองออกจากเอสตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นเธอขยับสายตามอง มา แคปนั่งลงทันที เธอส่งเมนูให้เอสจากนั้นยืนรอออเดอร์

แดกเหี้ยไรมึงแคปยื่นหน้าเข้าไปถามให้เบาที่สุด เอสเงยหน้าขึ้นมองหน้าแล้วส่ายหัวเมื่อเห็นความกะล่อนของอีกฝ่าย  เขาดูเมนูต่อไปเรื่อย ๆ  พอเปิดถึงหน้าหลัง ๆ แคปเอื้อมมือไปเคาะนิ้วลงที่เมนูเหล้าราคาแพงยี่ห้อหนึ่งพร้อมยักคิ้วบอกเอสว่าจะเอา เอสจ้องหน้าเจออีกคนเดาะลิ้นใส่อย่างยั่วโมโห

มึงแพ้เองนี่หว่า...แคปเย้ย  เอสพยายามบอกตัวเองว่าต้องอดทนเข้าไว้ เขาส่ายหัวรอบที่ร้อยก่อนบอกน้องพนักงานว่าจะสั่งอะไรบ้าง

จริงๆวันนี้อากาศดีนะ แต่น่าเสียดายที่ต้องมานั่งแดกเหล้าอยู่กับคนที่ไม่ถูกขี้หน้ากันนี่กูเซ็งสุดๆบอกเลยแคปมองรอบข้างไปเรื่อย เขาพูดลอย ๆ ออกมาราวกับว่าคนตรงข้ามกันไม่ใช่เอส

ก็แล้วมึงมาทำไมล่ะ..

อ้าวไอ้เหี้ยนี่ปากดี ก็มึงไม่ใช่ไงบอกจะเลี้ยงเหล้ากู แพ้แล้วอย่าคิดเบี้ยวครับ เห่อะอ่อนเองโดนกูเตะทีเดียวก็จอดแล้วไม่เห็นจะเก่งอย่างที่เจอกันวันแรกเลยนี่หว่า

เหรอ วันนั้นกูเก่งด้วยเหรอ

ไอ้สัส พูดมากนะมึงจริง ๆ แล้วแคปสังเกตเห็นว่าเอสจับที่ต้นขาตัวเองบ่อยมาก ตำแหน่งที่เขาเตะแบบเจาะลงไปพอดิบพอดี ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าขาเอสคงจะมีปัญหาอะไรอยู่ก่อนแล้ว น้องพนักงานเริ่มเอาเครื่องดื่มและอาหารมาวางแคปยิ้มให้เธอพร้อมกล่าวขอบคุณ เขาชงเหล้าให้ตัวเองโดยไม่สนใจคนตรงหน้า เอสเอาก๋วยเตี๋ยวมาตักปรุงก้มหน้ากิน คีบแค่สามคำก็หมดถ้วย ไม่มีสั่งเพิ่มไม่กินอะไรอีก เขาล้วงเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดพ่นควันขาวอย่างไม่แคร์ พอดีกับที่แคปไอโขลกขึ้นมา แค่กๆๆๆ

อะไรของมึง อ่อนหัดหรือไงกะอิแค่บุหรี่อย่าบอกนะว่าไม่สูบ มิน่าปากมึงถึงแดงแบบนั้น

คนที่อ่อนหัดน่ะมันมึง จะสูบก็ดูสถานที่ด้วย..เห็นเขาเป็นแบบนี้แต่ก็ดูที่ดูทางอยู่นะไม่ใช่นึกอยากจะพ่นตรงไหนก็พ่น ยิ่งโต๊ะข้าง ๆ มีสาว ๆ เพิ่งเดินเข้ามานั่ง เขาเองก็ไม่อยากจะเสียมารยาทกับคนสวย

ทำไม  นี่มันที่กินเหล้ากูสูบได้แน่ ๆ ไม่ต้องให้บอกเอสหงายแก้วอีกใบที่คว่ำไว้ขึ้นมาเขาจัดการชงเหล้าให้ตัวเอง มองดูคนตรงข้ามที่นั่งมองเขาทำโน่นทำนี่แล้วเบะปากใส่

นี่มันร้านก๋วยเตี๋ยวมึงบอกกูเองแคปเถียง  เอสส่ายหัวอย่างหงุดหงิดก่อนบี้บุหรี่ดับลงที่โต๊ะ  เขาเลิกคิ้วถามไปกวน ๆ ประมาณว่าพอใจยัง แคปไหวไหล่นิดๆเหยียดรอยยิ้มส่งให้

อยากโดนกูถีบไหม ทำหน้าทำตาแบบนั้น

อ้าวเหี้ย พูดแบบนี้ก็สวยดิ อะไรวะกินอยู่ดีๆปากหมาขึ้นมาอีกแล้วสัส..แคปลุกพรวดขึ้นโต๊ะข้าง ๆ มองมากันหมด เขากำลังจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าคอเสื้อเอสดึงเข้ามาจัดการโทษฐานปากดีอยู่แล้วถ้าไม่มีร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ของใครบางคนเดินเข้ามาห้ามไว้ก่อน

มีเรื่องไรกันน้อง อยากจะกินที่นี่รักษาระเบียบวินัยให้อยู่ในความสงบด้วย พวกพี่ไม่ชอบความวุ่นวาย”  แคปมองผู้ชายร่างยักษ์คนนั้น คือสูงจนเขาต้องเงยหน้า ตัวพี่แกใหญ่มากจริง ๆ นี่ถ้าโดนเข้าสักหมัดไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเขาคงกองราบอยู่ที่พื้นอย่างกับต้นผักเหี่ยวแน่ ๆ

ไม่มีไรครับพี่ พวกเราแค่เล่นกันเป็นเอสตอบออกมา ส่งสายตาบอกแคปว่าให้นั่งลง อย่าหาเรื่อง

ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว พวกพี่ดูแลความเรียบร้อยของที่นี่ ไม่ชอบให้มีเรื่องเข้าใจตรงกันนะ”  เอสพยักหน้าให้ก่อนที่พี่ยักษ์แกจะเดินออกไป แคปนั่งหน้าหงุดหงิดจนเอสต้องเลื่อนแก้วเหล้าส่งให้แล้วบอกให้กินๆลงไป

เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ สองคนนั่งดวนเหล้ากัน สายลมยามดึกพัดโกรกมาเบา ๆ แคปเสยผมที่ยาวลงมาจนปรกตา

มึงว่ากูมาวยังวะไอ้เหี้ยเอสคนพูดเมามากจนตาเยิ้ม เอสมองทั้งเหล้าทั้งโซดาที่นอนกองกันอยู่บนโต๊ะ เขายกข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนชูมือเรียกพนักงานเข้ามาเก็บบิล

ไหวไหมคะพี่..น้องคนสวยพนักงานที่เข้ามาชงเหล้าให้ในช่วงแรกถามขึ้น ขณะที่เขารับเงินทอนแล้วเดินเข้าไปดึงแขนแคปขึ้นมาพาดใส่บ่า

ทำเบาๆเป็นไหมไอ้เหี้ย..นี่เสียงคนเมาโวยวายออกมา เอสคว้าเอวแคปแนบเข้าไว้กันไม่ให้ล้ม

ให้แฟนหนูมาช่วยแบกไปขึ้นรถก็ได้นะเธอชี้ไปที่ผู้ชายร่างยักษ์คนนั้นที่นั่งหน้าบูดอยู่ไกลๆ เอสส่ายหัวแล้วบอกปฏิเสธ เขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เมาแต่แค่น้อยกว่าเจ้าคนคออ่อนแล้วยังอวดดีนี้อยู่หน่อยๆ

เดินดีๆสิวะ โอ๊ย..เอสทั้งแบกทั้งสบถ โดนแคปฟาดผั๊วะเข้าที่หน้าทันทีที่พูดจบ คนเมาหน้ายุ่งเดินเซแล้วยังบ่นไปตลอดทาง

อย่ามาว่ากูนะ มึงไม่มีสิทธิ์เสียงคือยานคางมากๆ

ฤทธิ์มากนักนะมึง เดินดีๆตัวหนักเหี้ยๆเลย เดี๋ยวกูจะเอามึงไปโยนทิ้งงที่ป่าข้างทางถ้ายังไม่หยุดพูดมาก

กูจาพูด กูจาพูด มึงจามาห้ามกูได้ยังงายยยยย

นิ่งๆ

โอ๊ยยย โยนหาพ่องเหรอ กูเจ็บนะอื้อออพอเปิดรถได้เอสยัดแคปเข้าไปด้านในทันที คนเมาทำท่าจะก้าวลงมาเขาเลยใช้เท้าถีบยัดๆมันขึ้นรถแล้วปิดประตูก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่กอดอกแล้วพิงประตูรถไว้ ก้มดูอีกทีเจ้าคนขี้เมาท่าทางจะสงบลง นอนแล้วหลับตานิ่งอยู่ที่เบาะ เอสล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาพี่รหัสตัวเอง กะว่าจะเอาแคปไปส่งให้ที่ร้านแต่ตอนนี้รู้สึกตัวเองก็ไม่ค่อยจะไหว ทางที่ดีให้เต้มารับเอาไอ้บ้าน่ารำคาญกลับไปเองจะดีกว่า

(ว่างายยยวะไอ้น้องเหี้ย มึงหายหัวไปหนายเนี่ย เพื่อนมึงถามหากันให้ทั่วเลอออ...) ให้ตายสิ เสียงเต้ยานคางซะยิ่งกว่าของทางนี้ ท่าทางคงเมาหนักกันน่าดู ยังไม่ออกจากผับแน่ ๆ ดนตรีแว่วเข้ามาดังลั่น

เฮียเมาป่ะเนี่ย

(เมาที่หนายยยยกูเหรอจามาวววว พวกกูคอแข็งกันทั้งตระกูลลลลลโว๊ย)  เอสส่ายหัวทันทีที่ยิน สองพี่น้องขี้โม้มากๆ คอแข็งกันทั้งตระกูลคือเห้อัลไร??

(มึงโทรมามีไรอ่ะ) เต้ถามมาอีก เสียงไม่ดังแล้วแต่เปลี่ยนเป็นกังวานแทน คาดว่าตอนนี้อยู่ในห้องน้ำ

น้องเฮียเมาอยู่กับผมเนี่ย เอาไงอ่ะ ไปส่งไม่ไหวนะเฮียจะมารับมันป่ะ

(น้องหน๋ายวะ น้องกูมีเป็นสิบๆ ระบุหน่อยสิโว๊ยยย มึงก็น้องไม่ใช่ไง จ่อกกกกกกๆๆๆ) บ้าฉิบ มีเสียงเอฟเฟคจากห้องน้ำประกอบอีกต่างหาก เอสส่ายหัวอีกแล้ว บ้าอะไรไม่รู้กับสองพี่น้องนี่ทำเอาเขามึนตึ๊บจริง ๆ ให้ตายเหอะ

ไอ้แคปน้องเฮียอ่ะ

(อ้าวไอ้แคปมันไปอยู่กับมึงได้งายวะ ไม่เชื่อหรอกมึงแม่งโม้ชัวร์วันก่อนยังตีกันอยู่เลยเห็นกูแบบนี้ไม่ลืมหรอกนะเว้ย)

ตกลงจะมารับมันป่ะ..เอสสะดุ้งขึ้นนิดๆเมื่อแคปทำท่าจะเปิดรถออกมาอีกเขาเลยดันเอาไว้
(มึงพูดจริงดิ่)

อือ  ถ้ามารับก็ไปแวะเอาที่คอนโดผมละกันเดี๋ยวเอามันไปทิ้งไว้ที่นั่น แค่นี้นะเฮีย

(แม่งพูดซะน้องกูเหมือนถุงขยะเลยไอ้สัส แวะเอาไปทิ้งบ้าบออะไรของมึงวะ แคปน่ะมันน่ารักยิ่งกว่าตุ๊กตายิ่งเวลามันนอนหลับนะหน้าเหมือนกวางตัวเล็กๆน่ารักมากๆ กูน่ะ.....บลาๆๆ) ได้ยินเสียงเต้ร่ายยาว ๆ เอสรีบกดสายทิ้งทันที ขืนให้ฟังไอ้พี่ชายหลงน้องตัวเองต่อไปเรื่อยๆ มีหวังเขาได้สำรอกของเก่าออกมาจนหมดแหงๆ  ลองก้มลงมองคนที่นั่งหลับสิ้นฤทธิ์อยู่ในรถอีกครั้ง

บ้าเอ๊ย ขยับมานั่งดีๆสิวะ เอาขาขึ้นมาทำไมเนี่ยพอขึ้นรถมาเขาเอื้อมมือไปดึงไหล่แคปให้นั่งตัวตรง ๆ ผลักขาคนตัวเล็กกว่าลงจากเบาะ จากนั้นกดสายเข็มขัดล๊อคให้ ล้วงมือไปที่กระเป๋ากางเกงฟิตๆแคบขยับทำหน้ายุ่งนิดหน่อยตาก็ตะแคงให้อีกฝ่ายล้วงได้สะดวก เอสเอาโทรศัพท์มือถือแคปออกมากะจะกดต่อสายหาเพื่อนของไอ้คนที่เมามายอยู่นี่ว่าให้มารับกลับไป  แต่แล้วความหวังดับริบหรี่ทุกอย่างเพราะโทรศัพท์แคปดันแบตหมด ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เอสถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งก่อนเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมหลังรถแล้วโยนพาดลงที่หัวคนเมาจนมิด

หลับไปแบบมืดๆแหละดี อย่าตื่นขึ้นมาแล้วอาละวาดล่ะมึง

รถคันสวยออกตัวไปเรียบร้อยแล้ว แค่ไม่กี่นาทีรถก็ยูเทิร์นกลับมาเลี้ยวเข้าคอนโดหรูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นนั่นเอง

บ้าเอ๊ย อย่าอ้วกใส่กูนะเอสดึงแคปออกมาจากรถ พาเดินแบบเซๆไปที่ลิฟต์ แคปที่มึนๆงงๆไม่รู้เรื่องราวซบไหล่เขาแล้วอ้อน บอกง่วงนอนๆ

เออเดี๋ยวก็ถึงแล้ว มึงยืนนิ่งๆสิวะ จะซบกูทำเชี่ยเหรอเอสผลักหัวแคปออก เงิบจนอีกฝ่ายเกือบหงายหลังเขาเลยดึงไว้ หัวเล็กซบลงมาอีกครั้ง

บ้าฉิบ...เอสสบถ ลิฟต์เปิดออกพอดีเขาลากไอ้ตัวดีเดินเข้าไป ระหว่างเคลื่อนตัวขึ้นไปนั้น แคปทำท่าจะอ้วกหลายครั้งมาก เขาเองลุ้นจนตัวโก่ง พอถึงชั้นที่กดเรียกแค่ก้าวขาออกไปเท่านั้นแคปพ่นของเก่าออกมาทันทีเอสรีบผลักหัวมันไปจุ่มลงที่ถังขยะข้างลิฟต์ เขายืนหันหลังให้แล้วเอื้อมมือไปฟาดแผ่นหลังเล็กดังผั๊วะๆๆอย่างไม่แคร์ นี่กูช่วยลูบหลังให้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

ไอ้เหี้ย....แคปร้องงุ่นง่านคิดว่าคงจะเจ็บแต่เมามากจนไม่รู้ว่า อะไรที่กำลังฟาดลงที่หลังตัวเองอยู่ ทั้งอ้วกทั้งมึนจนจะหมดแรง มือไม้เริ่มไม่อยู่สุขกระชากกระดุมเสื้อตัวเองออกแล้วบอกอึดอัดจะนอน เอสเลยรีบลากเข้าห้องก่อนที่คนแถวนั้นจะแตกตื่น

ถ้ากูรู้ว่ามึงเมาแล้วจะยุ่งยากแบบนี้ให้ตายกูก็ไม่เลี้ยงเหล้ามึงเด็ดขาดเขาบ่นก่อนโยนแคปลงที่โซฟาและเกิดพลาดเมื่อคนเมากองถลาลงที่พื้น เอสก้าวเข้าไปแล้วแต่เห็นแคปล้วงมือขึ้นมาเกาพุงตัวเองยิกๆกางแข้งกางขาแผ่หรานอนสบายเขาเลยไม่อยากสนใจปล่อยให้นอนกลิ้งบนพื้นไปทั้งๆแบบนั้น  เอสคว้าเอาหมอนอิงโยนฟาดใส่หัว หวังจะให้แคปจัดการเอามันมาหนุนด้วยตัวเอง แต่คนเมาอย่างไรก็คือคนเมา นอนหลับไม่รู้เรื่องมือไม้ปลดกระดุมออกจนหมด มันเกานมอีกต่างหากบ่าฉิบหายเลยแม่ง  เอสถอนใจยาวพรืด ส่ายหัวก่อนเดินเข้าห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำอาบท่า

สายน้ำเย็นฉ่ำกับอากาศดึกๆราว ๆตีสอง

“.....วู๊ววว...วววว ~ ~........   เขาผิวปากอย่างสบายใจ อาบน้ำสระผมจนเสร็จ ยืนเป่าให้พอหมาด ดูเหมือนว่าจะหลงลืมไปแล้วว่ามีใครสักคนนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นด้านนอก

ว่าไงมีโทรศัพท์เรียกเข้ามาเอสกดรับ

(ไอ้เพื่อนเหี้ย มึงหายหัวไปไหนวะแม่ง กูกับไอ้ชิพกลับก่อนแล้วนะเว้ย) เสียงเมี่ยงโวยวายมาตามสาย

เออๆโทษทีพวกมึงกลับกันเหอะกูถึงห้องแล้วว่ะ

(ไอ้สัส ได้ผู้หญิงแล้วลืมเพื่อน)

ผู้หญิงที่ไหนวะเอสคิ้วขมวด เขาเดินไปปิดไฟ สะบัดผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวขึ้นเตียง เวลานอนบางครั้งไม่สวมใส่อะไรเลยเป็นเรื่องปกติ

(อย่า  มึงอย่ามาทำเก๋ไก๋ ผู้หญิงชุดดำที่มึงเดินไปนั่งคุยด้วยอย่าคิดว่าพวกกูไม่เห็น เนอะชิพเนอะเสียงเมี่ยงกับชิพแซวโห่ดังลอดออกมา เอสถึงกับตะโกนคำด่ากรอกตอบลงไป

เชี่ย นั่นพี่กูโว๊ย สัสแล้วพวกมึง

(กูเชื่อมึงเหอะ เจอพี่สาวจะหายหัวแบบนี้ไม่มีทางหรอก)

ไม่เชื่อก็ตามใจ อย่าพูดมากจะนอนแล้ว

เขาไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรกลับมาเอสโยนมือถือทิ้งลงที่เตียงแล้วดึงผ้าห่มผืนหน้าขึ้นมาห่มนอนอย่างสบายตัวสบายใจโดยที่ไม่ได้สนเลยว่าอีกคนด้านนอกจะนอนหนาวเหน็บคันคะเย่อหรืออ้วกแตกบ้าบอยังไง

เวลาผ่านไปไม่รู้กี่ชั่วโมง  แคปที่นอนอยู่ด้านนอกพลิกไปพลิกมารู้สึกเหมือนตัวเองปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด

ทำไมพื้นมันแข็งๆ

ทำไมอากาศมันหนาว ๆ

ทำไมถึงมึนหัวไปหมดแบบนี้

โอยยยยอยากจะอ้วกกกก

เขาลุกขึ้นนั่งแบบมึน ๆ ถอดเสื้อที่กระดุมถูกปลดไว้แล้วทั้งหมดทิ้งลงที่พื้น เพราะว่าภายในห้องมืดมาก ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลยนอกจากเสียงแอร์ แคปไม่ได้คิดนึกอะไรให้มากความ ห้องไหน ๆ ก็จัดคล้ายๆกันทั้งนั้นเขาจึงคิดว่านี่เป็นห้องของตัวเอง บังเอิญมากจริง ๆ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคล้ายกันอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ แคปลุกขึ้นยืนเดินเซเข้าห้องนอนไม่มีการเตะชนอะไรให้ตกหล่นเสียหาย

หึ....เขากระตุกยิ้มขึ้นนิดๆเมื่อเห็นคร่าว ๆ แล้วว่าตรงนั้นคือเตียงอันหนานุ่มของเขา หลงโทษตัวเองเมามากจนเข้าห้องไม่ไหว ไปนอนกองอยู่ด้านนอกได้ยังไงวะตลกเป็นบ้า มือเล็กปลดกระดุมกางเกงยีนส์แล้วถอดๆๆ ลำบากนิดหน่อยจนต้องล้มตัวนั่งลง เพราะเป็นเดฟที่ค่อนข้างรัดรูป บ็อกเซอร์เหรอ?? อืมม ถอดออกไปเลยดีกว่าเมาๆแบบนี้จะไปนอนทนอึดอัดทำไม ว่าแล้วก็ปลดซีเคตัวเก่งลง เมื่อเขาลุกขึ้นยืนดันเซล้มลงอีกครั้งเพราะสะดุดกับเสื้อผ้าที่ตัวเองถอดกองไว้ เขาเขี่ยๆมันให้พ้นทางก่อนซุกตัวลงนอนที่เตียงนุ่มทันที

นอนละ....

อืมม...เสียงใครสักคนที่อยู่บนเตียง คำรามฮึมฮัม พลิกตัวหันหลังให้เขาเหมือนกับว่ารำคาญมาก แคปคิ้วขมวดนิดๆทั้งที่ยังหลับตาอารามว่าเมา แต่สุดท้ายแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเขาเอามือลูบ ๆ คลำๆดูแล้วรู้ว่าเป็นร่างกายเปลือยเปล่าของใครสักคน ผิวเนียนมากๆ คึคึ

เขาคิดว่าต้องเป็นแยม...เธออาจจะมารอเขาอยู่ที่นี่ แคปลืมไปเลยว่าแยมเพิ่งจะนอกใจเขาเมื่อหัวค่ำและเพิ่งมีเรื่องมีราวกัน

แยมครับ..แคปเรียกเสียงพร่าต่ำ เขาดึงไหล่เล็กของแยมให้หันกลับมา รู้สึกว่ามันเต็มไม้เต็มมือกว่าเดิม แยมอาจจะอ้วนขึ้นในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ไม่เป็นไรนอกจากแยมแล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้ามานอนแก้ผ้าบนเตียงเขาแน่ ๆ

แยม....

อื้อ

เมื่อเขาเรียกอีกครั้งแยมกลับตอบอื้อๆกลับมาทำน้ำเสียงติดรำคาญ แคปที่หลับตาเริ่มอารมณ์เสีย ทุกทีไม่เคยเล่นตัวแบบนี้นี่หว่า เรื่องมากนักไม่ยอมหันกลับมาใช่ไหม ผู้หญิงอ่ะนะบางทีก็ชอบให้ใช้กำลังบังคับกันมั่ง เขาจัดการขึ้นคร่อมทับเธอซะเลย

แยมอ้วนขึ้นจริง ๆ นี่หว่า ตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลย

ตัวหอมจัง.....แคปว่าเบา ๆ พลางซุกปลายจมูกโด่งตักตวงเอาความหอมหวานแถวซอกคอเล็ก(??) ปลายคางมนรวมถึงมุมปากสวย(??) จูบลงไปแบบรัว ๆ

รู้สึกแปลกๆ ว่ะ แต่ช่างมันก่อน แคปบอกตัวเองแบบนั้นแล้วแลบลิ้นออกมาไล้เลียพวงแก้มขาว(??)

อะไรวะ  รู้สึกแปลกๆอีกแล้ว.....


ในเวลาเดียวกัน...คนที่นอนหลับนิ่งเป็นตายอยู่บนเตียงอย่างเอส กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนผีอำ....ทั้งหนักทั้งอึดอัดจนต้องเบ้หน้า   รู้สึกว่าใบหน้าเปียกแฉะแล้วก็เหนียวเหนอะน่ะไปหมด ซอกคอจักจี้แปลกๆ ก่อนที่ความเปียกชื้นจะลากขึ้นมาที่ใบหน้าอีกครั้งแล้วเปียกลามใบจนถึงใบหู 


เอสค่อยลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก ปวดหัวหนึบ ๆ






Tbc.