Saturday, April 5, 2014

..พี่เลี้ยง..THE DAY' I was your man(Yaoi-drama) บทที่ 24



บทที่ 24  I’m Still Loving You



เสียงนาฬิกาปลุกที่วารินตั้งไว้เป็นประจำดังขึ้น คนตัวเล็กลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวทั้งที่ยังหลับตา เขาจัดการธุระส่วนตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเรียบร้อย นึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้นับดาวดูเงียบผิดปกติ ไฟในห้องก็ยังไม่เปิดทั้งที่ปกติแล้วเด็กสาวจะอาบน้ำเสร็จก่อนเขาแท้ ๆ


วารินลองเคาะประตูห้องเบา ๆ ชั่งใจรออยู่ครู่หนึ่ง นับดาวก็เดินโซซัดโซเซเปิดออกมาแล้วบอกเขาว่าวันนี้คงลุกไม่ไหวจริง ๆ


“ไม่เป็นไรถ้าอย่างนั้นดาวนอนต่อเถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารเดี๋ยวพี่จัดการเอง”


“รบกวนด้วยนะพี่ทราย ดาวไม่ไหวจริง ๆพี่”


วารินรับคำ เดินออกมาที่โรงจอดรถ หยิบกุญแจพร้อมชะเง้อคอดูรอบ ๆ บริเวณว่าทินกรมาจากที่บ้านแล้วหรือยังเพราะปกติเขาจะต้องมาล้างรถเช็ดรถแต่เช้าตรู่ทุกวัน


“คุณทรายจะไปตลาดหรือครับ”


เสียงเตโชร้องทัก เขากำลังลากสายยางเข้าไปเติมน้ำที่สระหน้าบ้าน วารินพยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มไปให้ เตโชจึงเดินเข้ามาหา


“ตื่นแต่เช้าเลยนะนายเต”


“ครับ  ดาวไปไหนล่ะครับ เช้านี้ยังไม่เห็นเลย” เขายกนาฬิกาข้อมือแบบที่นักกีฬาชอบใส่ขึ้นดู ปกติตีห้า นับดาวต้องตื่นมาดูแลบ้านช่องแล้วแต่วันนี้ยังไม่เห็น


“ดาวไม่สบายน่ะ นอนซมเลยฉันเลยบอกให้พัก”


เตโชยื่นมือไปขอกุญแจรถ วารินเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ยอมส่งให้พอดีกับที่ทินกรขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาทำงานพอดี เตโชจึงอาสา บอกพ่อของเขาว่าเดี๋ยวจะพาวารินไปตลาดเพราะนับดาวไม่สบาย  


“นายเตจะพาฉันไปเหรอ?”


“ครับ เดี๋ยวผมขับรถให้เอง เช้ามืดแบบนี้อันตราย มิฉาชีพเยอะ”


ใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงตลาดสดใกล้บ้าน  วารินซื้อทั้งอาหารสดและผักสดเขาพยายามนึกว่าเคยเห็นนับดาวซื้ออะไรที่ตรงไหนบ้าง ในขณะที่เตโชก็ช่วยถือของให้ทุกอย่างจนสองมือพะรุงพะรังไปด้วยของสดของแห้ง


“ไม่เป็นไรนายเต เดี๋ยวอันนี้ฉันถือเอง” วารินรีบแย่งถุงผักมาคืนเมื่อเตโชทำท่าจะรับไปถือให้อีก ทั้งที่สองมือนั้นก็เต็มจนไม่มีที่ว่างอยู่แล้ว


“ไม่เป็นไรครับ ผมถือไหว” เขาปฏิเสธยื้อถุงไว้


“เอามาเถอะน่า ฉันถือช่วย”


“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ มือคุณทรายเล็กนิดเดียวเดี๋ยวเจ็บนะ แต่ล่ะอย่างมีแต่หนักๆทั้งนั้น”


“นายเตเห็นฉันเป็นคนอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ  ฉันเองก็เป็นผู้ชายนะถึงตัวจะเล็กกว่าแต่ฉันก็ยังสูงกว่าผู้หญิงหลายๆคน อย่าทำเหมือนฉันเป็นภาระให้นายเตแบบนั้นเลย”


“ขอโทษครับคุณทราย ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”


เตโชหน้าเสียรีบแก้ตัวแทบไม่ทันเขาเพียงแต่คิดว่าวารินบอบบางน่าทะนุถนอมเลยไม่อยากต้องให้หิ้วของหนักๆเพราะกลัวมือนิ่ม ๆ นั่นจะเจ็บ


“ถ้าอย่างนั้นก็เอามาให้ฉันช่วยถือด้วย” วารินยื่นมือไปรับเอาถุงมาถือช่วยส่วนหนึ่ง คราวนี้เตโชไม่กล้าขัดแล้วจำใจส่งให้คนตัวเล็ก


วารินแวะซื้อผักกะหล่ำปลีและเห็ดหอมเป็นอย่างสุดท้าย เตโชเลยแซวเขาว่าวันนี้สงสัยจะได้ทานตุ๋นกระดูกหมูกะหล่ำปลีใส่เห็ดหอมเหมือนเมื่อสองวันที่แล้วอีก คนตัวเล็กจึงยิ้มกว้างออกมาอย่างอาย ๆ เพราะว่าเตโชทายถูกจริง ๆ เขาทำอาหารไม่เป็น อาศัยดูนับดาวทำเล็กๆน้อย ๆ วันนี้คงต้องลงมือด้วยตนเองวารินก็อดจะกังวลไม่ได้


“ไม่ต้องกลัวหรอกครับเดี๋ยวผมจะเข้าไปช่วยอีกแรง” เตโชอาสา ส่งยิ้มอ่อนโยน


“นายเตทำอาหารเป็นด้วยเหรอ” วารินหันไปถามเขาทันที แอบดีใจที่จะมีคนมาทำกับข้าวช่วย


“ครับ ก็พอได้ ตอนเด็กๆ เคยเห็นแม่ทำบ่อย ๆ เลยแอบจำๆมาบ้างเหมือนกัน”


“โถ่เอ้ย นึกว่าเคยทำเป็นเรื่องเป็นราว” วารินแกล้งปรายตาพร้อมเบ้ปากผิดหวังใส่เขา


“แฮ่ ๆ เคยที่ไหนกันล่ะคุณทรายก็” เขาตอบหน้าจ๋อยเลี่ยงมองไปอีกทางแก้เก้อที่โดนวารินจับไต๋ได้ คนตัวเล็กเลยบิดแขนเขาไปเบา ๆ เพราะหมั่นเขี้ยวที่พูดจาเสียดีแต่ดันยังไม่เคยลงมือทำจริงเลยสักครั้ง


หลังกลับจากตลาดวารินจัดการหุงข้าว ต้มข้าวต้มขาวไว้ให้ภัครจิรา ล้างผักให้สะอาดหมดจด กรีดแต่ละใบๆออกมาแช่เกลือล้างพิษไว้ครู่หนึ่ง อาหารของภัครจิราต้องสะอาดและประณีตกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสารตกค้างเขาจึงค่อยหั่นแล้วเอาทุกอย่างลงหม้อตุ๋นพร้อม ๆ กับกระดูกหมูอ่อนที่ถูกตุ๋นไว้ก่อนหน้าเมื่ออาหารเสร็จ ทุกอย่างจะต้องนิ่มเคี้ยวง่ายจะทำให้ภัครจิราทานได้สะดวก


ส่วนอาหารของธาราธารนั้นง่ายกว่ามากเพราะเขาจะไม่ทานคาร์โบไฮเดรตในมื้อเช้า วารินจึงเน้นไปที่คอร์สอาหารฝรั่งง่ายๆ





“วันนี้ใครทำอาหาร?!”


ทันทีที่ร่างสูงใหญ่นั่งลงที่หัวโต๊ะ เสียงทุ้มแต่ห้วนมากก็ถามขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองไปที่อาหารบนโต๊ะอย่างพิจารณา


“พี่ทำเองแหละ  ดาวเขาไม่สบายพี่เลยบอกให้พัก”


วารินเริ่มใจเสียเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มนั่นขมวดคิ้วแน่นและเงียบไปพักหนึ่ง ยังจดจำเหตุการณ์ที่มาอยู่บ้านนี้วันแรกได้ดี ธาราธารเทอาหารที่เขาทำลงถังขยะอย่างไม่แคร์เลย


“เป็นอะไรมากหรือเปล่า ดาวน่ะ” เขาถามขึ้นหลังจากที่นิ่งไปครู่หนึ่งแต่แล้วก็ลงมือทาน


“ตัวร้อนนิดหน่อยเห็นบอกว่าปวดหัว พี่เลยให้กินยาแล้วนอนพัก ถ้าธารมีธุระอะไรก็เรียกพี่ได้เดี๋ยวทำแทนดาวให้”


เขาพยักหน้ารับ วารินแอบยิ้มในใจที่เขายอมทานอาหารที่ตนเองทำ เริ่มมองเห็นความหวังว่าต่อไปอาจจะยอมให้เข้าไปช่วยดูแลภัครจิราได้และวารินก็จะค่อย ๆ ลองคุยเรื่องซื้อคืนบ้านเล็กๆของพวกเขาดู  ธาราธารใช้เวลาทานไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำเขายกแก้วน้ำมะนาวขึ้นดื่มแล้วนึกบางอย่างขึ้นได้


“ที่หลังขึ้นมาเรียกสิ ไปตลาดคนเดียวแต่เช้ามืดมันอันตรายนะ”


“อ๋อไม่เป็นไร เมื่อเช้านายเตพาพี่ไป ธารไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”


วารินตอบไปตามตรง เผลอยิ้มกว้างเพราะดีใจกับคำพูดของเด็กหนุ่ม แต่เขาไม่ได้สังเกตท่าทีอีกคนเลยสักนิด ธาราธารหน้าเครียดขึงขึ้นทันทีที่ได้ยินว่าวารินไปจ่ายตลาดพร้อมกับเตโช มือที่ถือแก้วน้ำมะนาวอยู่ยกค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะกระแทกก้นแก้วลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น! วารินสะดุ้งโหยง ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดพราดหุนหันออกจากห้องไปทันที


“เป็นอะไรของเขานะ?” คนตัวเล็กพึมพำ


ช่วงสายของวันนั้นธาราธารอยู่ที่ห้องหนังสือ วารินเดินเอาของว่างเข้ามาให้ตามเวลา เขาจึงเรียกให้ช่วยทำสรุปรายงานของโรงแรมที่ยังค้างอยู่ต่อ


“พี่ขอใช้เครื่องได้ไหม” วารินถามขึ้น มีโน๊ตบุ๊คอีกเครื่องที่ธาราธารไม่ได้เปิดใช้งานวางอยู่


“ไม่ได้! ให้ใช้ปากกาเขียนเอาเท่านั้น ผมไม่ชอบอ่านสรุปจากหน้าจอ แต่ชอบอ่านจากโน้ตย่อมากกว่า”


เขาพูดจบแกล้งสนใจงานบนโต๊ะของตัวเองต่อไป อันที่จริงแล้วจะอ่านจากที่ไหนเขาก็อ่านได้ทั้งนั้นแต่เมื่อเช้าวารินดันทำให้เขาโกรธเรื่องของเตโชเพราะอย่างนั้นเขาจึงแกล้งอีกฝ่ายเพื่อความสะใจล้วน ๆ


แฟ้มกองโตสูงจนท่วมหัวถูกผลักออกมาอยู่ต่อหน้าคนตัวเล็ก วารินเงยหน้าหาเขาทันที


“กองนี้ทำเสร็จแล้วนี่  ก็เมื่อคืน..”


“นั่นมันอ่านไม่รู้เรื่อง! ช่วยเขียนให้เข้าใจง่ายกว่านั้น เอาแบบสั้น ๆ แต่ได้ใจความไม่ใช่น้ำท่วมทุ่งแบบนี้”


ใบหน้าเล็กงอง้ำเข้าทันที วารินมั่นใจว่าตัวเองสรุปได้ชัดเจนแล้วก็สั้นได้ใจความที่สุดแล้ว แต่เป็นอีกฝ่ายต้องการกลั่นแกล้งเขาต่างหาก


วารินก้มหน้าก้มตาเขียนไป แฟ้มแล้วแฟ้มเล่าขณะที่อีกคนก็แอบมองผ่านแว่นใสมาเป็นระยะๆ พอถึงเวลาเที่ยงจึงลงไปเตรียมอาหารขึ้นมาให้


“ทำไมไม่เอาขึ้นมากินด้วยกัน” เขาถาม


“ธารกินเถอะ เดี๋ยวพี่จะลงไปดูนับดาวหน่อย ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง”


ที่ห้องของนับดาว วารินตักข้าวต้มเข้ามาให้ถึงเตียง เด็กสาวรีบลุกขึ้นบอกเกรงใจแล้วเกรงใจอีก วารินจึงบอกไม่เป็นไรให้นอนพักเยอะๆ แล้วเขาก็ขึ้นไปนั่งทำงานต่อโดยที่ธาราธารเองก็ยังไม่ได้ลุกออกจากห้องไปที่ไหนเลย   รายงานเล่มแล้วเล่มเล่าถูกเขาเขียนสรุปแล้ววางแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ วารินหยุดมือครู่หนึ่งแอบมองไปที่คนตรงหน้า เห็นเด็กหนุ่มกำลังจดจ่ออยู่กับงาน ดวงหน้าใต้แว่นสายตาใสนั่นทำให้เขาหวนนึกไปถึงวันเก่า ๆ อีกครั้ง 


ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน...




“พี่ครับพี่จ๋าคนสวยมาดูตรงนี้ให้น้องธารเดี๋ยวหนึ่งสิครับ น้องธารเล่นไม่ชนะเลยสักที พี่จ๋ามาสอนน้องธารหน่อย”



“อย่ามาว่าน้องธารนะ น้องธารสระทุกวันเหอะ คุณแม่ยังชอบมาดมเลย พี่จ๋าโกหกน้องธารไม่เชื่อหรอกจิ๊!น้องธารโกรธแล้วด้วย!



“ไม่ไปไหนอีกแล้ว วันนี้จะกลับไปค้างที่บ้าน”

“พี่ไม่ได้ถามเราสักหน่อย”

“ผมก็แค่อยากบอก กลัวคนบางคนคิดมาก”



“ได้โปรดอย่ากลัวที่จะรัก  ช่องว่างสิบสองปีผมถมยังไงก็ไม่มีทางตามพี่ได้ทันหรอก ขอเพียงแต่พี่เดินรอผมบ้างก็พอแล้ว ผมจะไม่บังคับจะให้อิสระแต่ขออย่างเดียวขอให้พี่ ซื่อสัตย์กับผม พี่รู้ไหมคนประเภทไหนที่ผมเกลียดที่สุด”



“รักนะ ผมรักพี่”

“รักธารเหมือนกัน”



“แลกกับบ้านหลังนั้น เข้ามาอยู่กับผมในฐานะ คนรับใช้’  เป็นที่รองมือรองตีนผมทุกอย่าง ทำได้ไหมล่ะ  พอถึงตอนกลางคืนก็กลายเป็นอีตัวให้ผมระบายอารมณ์ หึ! ถึงจะน่ารังเกียจไปหน่อยเกรดเดียวกันกับกะหรี่ตามซ่องแต่ก็ไม่ต้องเสียเงินเสียทองซื้อ แบบนี้ดีไหม ชอบไม่ใช่เหรอนอนอ้าขาให้คนเขาเอาน่ะ”



“อย่ามาทำอวดเก่งในบ้านผมนะ! บอกแล้วไงหน้าที่ของพี่มันคืออะไร ถ้างานตอนกลางวันมันทำแล้วไม่มีอะไรดีก็ทำงานตอนกลางคืนให้มันดี คนร่านๆแบบพี่มันก็ถนัดแต่เรื่องร่อนสะโพกอยู่บนเตียงแค่นั้นแหละ”



 “คนต่ำๆแบบพี่มันก็ต้องโดนทำเรื่องต่ำๆแบบนี้ ก็สมควรแล้ว ไม่อยากรู้รึไงว่าพ่อกับลูกใครมันจะถึงใจกว่ากัน ผมจะสงเคราะห์ให้สักครั้ง แล้วก็ไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเองนะว่าผมจะจริงจังจริงใจอะไรด้วยเพราะคนอย่างพี่มันก็เป็นได้แค่ไอ้ตัวอีตัวแก้ขัดเมื่อผมอยากมันก็เท่านั้น ไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด!



“อย่าคิดมาลองดี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคืนให้ขึ้นมารอผมที่นี่ ทำให้ผมพอใจเสร็จแล้วก็ไสหัวกลับไปนอนที่เรือนคนใช้เหมือนเดิม คนร่าน ๆ มันต้องโดนแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว”



“ขึ้นรถ!”

“ไม่ไปอยากไปไหนก็ไปเลยอยากทิ้งกันก็ไปเลยไม่ต้องมาสนใจ กลับมารับกันทำไม! กลับมาอีกทำไม!!”

“เลิกอวดดีแล้วสำนึกสักทีกับความผิดที่ทำลงไป  ขึ้นรถ!”

“ไม่ไป! ปล่อยให้ตายอยู่ตรงนี้เลยไม่ต้องมาสนใจกัน ออกไป อย่ามาแตะต้องกัน ไม่ไป! ไม่ไป!”




“ร่านไม่ร่านพี่ก็ร่อนสะโพกอยู่บนตัวของพ่อผมนั่นแหละ จำไม่ได้รึไงว่าทำอะไรลงไปบ้างหรือว่าเพลิดเพลินกับรสสวาทจนลืมไปหมดแล้ว แย่หน่อยนะเพราะคนอย่างพี่คงไม่มีวันได้ไปร่านร่อนแบบนั้นอยู่บนตัวใครได้อีกแล้ว มีแต่ผมเท่านั้นที่พี่จะทำแบบนี้ด้วยได้ จำเอาไว้ให้ดี!”




น้ำตาหยดหนึ่งไหลตกลงมาที่แก้มเนียนใส วารินก้มหน้าจนชิดอกรีบยกมือขึ้นเช็ด  กลัวว่าเขาจะสังเกตเห็น


ความผิดที่เขาไม่ได้ตั้งใจก่อ กับความรู้สึก รัก  ที่คงจะพังทลายลงไปแล้วของคนตรงหน้า


ทั้ง ๆ ที่แสนร้ายกาจ ป่าเถื่อน ทำเรื่องเลวร้ายกับเขามากมายสารพัด แต่ทำไมเขาถึงเกลียดผู้ชายคนนี้ไม่ลงกันนะ



....คำว่ารัก ช่างน่ากลัวเหลือเกิน....



ช่วงบ่ายแก่ ๆ มีแขกมาเยี่ยมภัครจิรา ธาราธารจึงต้องลงมาต้อนรับและพาบรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายขึ้นไปเยี่ยมเยียนคุณแม่ของเขาอยู่ที่ห้องกระจกโค้งซึ่งเป็นห้องพักผ่อนชั้นบน วารินจึงถือโอกาสออกไปยืดเส้นยืดสายที่สวนหน้าบ้าน


“ทำอะไรอยู่น่ะนายเต”


เพราะเห็นเตโชกำลังตัดแต่งกิ่งดอกกุหลาบอยู่จึงได้เดินเข้าไปดู คิดว่าจะเข้าไปขอสักสองสามดอกเพื่อปักแจกันที่โต๊ะหนังสือ อาจทำให้เจ้าของห้องคลายเครียดจากงานได้บ้าง


“ขอฉันสักสองสามดอกสิ ได้ไหม?”


เตโชตัดเอาก้านที่แข็งแรงและดอกโตสวยงามส่งให้


“โอ๊ะ!” คนตัวเล็กอุทานขึ้นเพราะเผลอกำรอบลำต้น หนามจึงปักมือเข้าเต็ม ๆ เตโชรีบขอโทษขอโพยเขาลืมไปว่าต้องเหลาหนามออกให้เรียบร้อยก่อนเพราะตัวเขาใส่ถุงมือหนังสำหรับทำสวนเอาไว้จึงเผลอประมาทไป


“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง” วารินรีบดึงมือกลับ แต่เตโชชิงบอกว่าเดี๋ยวจะเข้าไปเอายาแดงมาใส่ให้


“ไม่เป็นไรหายแล้วนี่ไง”


วารินยกนิ้วขึ้นดูดเลือดตัวเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่ากังวลเกินเหตุ แล้วโชว์ให้เตโชดูอีกครั้งว่าเลือดหายไปหมดแล้วจริง ๆ เตโชก็ยังรั้งมือเล็กลงมาดูอีกให้แน่ใจ


รถยนต์แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเจ้าของบ้านทยอยขับกลับ  ที่หน้าบ้านธาราธารยืนเท้าสะเอวมองมาที่เขาสองคนด้วยหน้าตาที่ถมึงทึงมาก วารินจึงรีบบอกขอบใจเตโชเรื่องดอกไม้จากนั้นรีบตามเขาเข้าไปด้านในทันที



Tbc.