Sunday, March 9, 2014

..พี่เลี้ยง..THE DAY' I was your man(Yaoi-drama) บทที่ 2

บทที่ 2

เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดซัดผนังด้านหนึ่งของโรงแรมสูงตระหง่านริมน่านน้ำเจ้าพระยา วารินที่กำลังก้มหาของบางอย่างที่ใต้โต๊ะทำงานขยับตัวจากเก้าอี้เลื่อนนิดหน่อยเมื่อจู่ ๆ ได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าเล็กแหงนเงยมองเจ้าของเสียงที่ยื่นของบางอย่างส่งให้

“นี่จ๊ะเอกสารของคุณธาราธาร” ศศิธรเลขาอีกคนของภัครจิราเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขาทำหน้าตาสงสัย วารินรับซองเอกสารมาเปิดดู ภายในนั้นมีใบสำคัญต่าง ๆทั้งต้นฉบับและสำเนาครบถ้วนที่สำคัญมีรูปถ่ายแบบเต็มตัวแนบติดมาด้วย

“โอ้โห น้องเขาเป็นนายแบบหรือเปล่าครับเนี่ยพี่อ้อ คุณธาราธารอายุ 18 จริงๆหรือครับ”   วารินพิจารณาดูรูปแล้วอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กอายุ 18 จะสูงใหญ่ตัวโตดูดีได้ขนาดนี้ที่สำคัญหน้าตานั้นหมดจดถอดแบบคุณภัคจิรามาไม่มีผิด

...โตขึ้นมากจริง ๆ....

“ตัวจริงหล่อกว่านี้อีกนะ  เมื่อวานพี่เข้าไปที่บ้านคุณภัครมาเจอน้องเขากำลังจะออกจากบ้านพอดี” ศศิธรแกล้งกระซิบกระซาบ แล้วแกล้งเตือนวารินให้ระวังไว้หน่อยเพราะท่าทางเจ้านายคนใหม่ของเขาจะร้ายกาจมากด่ากราดคนงานในบ้านงี้ตัวสั่นกันหมด

“ขนาดนั้นเลยหรือครับ?” วารินตาโตพึมพำไม่เต็มเสียงสีหน้าวิตกลงอย่างเห็นได้ชัดจน จนศศิธรนึกตลกที่หลอกคนบางคนได้สำเร็จ เธอจึงบอกวารินไปว่าพูดเล่น

“หูยพี่อ้อ ทรายก็ตกใจหมดนึกว่าน้องเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

“ใช่ที่ไหนกันล่ะเรานี่ล่ะก็ พี่ไม่รู้หรอกว่าน้องเขาเป็นคนยังไงเพราะไม่เคยพูดคุยด้วยเลยสักครั้งไว้เดี๋ยวทรายลองดูเอาเองก็แล้วกัน รีบลงไปเถอะแปดโมงกว่าแล้ว” ศศิธรตบบ่าให้กำลังใจวาริน ดวงตากลมมองดูรูปถ่ายที่อยู่ในมืออีกครั้งแล้วพึมพำออกมาเบา ๆ  “ไม่อยากจะเชื่อเลย เด็กสมัยนี้โตไวกันจริงๆ”

หลังคุยธุระเสร็จวารินเดินลงมาที่ชั้นล่างส่งยิ้มทักทายเพื่อนๆพนักงานที่เจอแถวฟร้อนด้านหน้า เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเพื่อกะเวลาว่าพอจะเหลือให้ได้นั่งทานนมสดปั่นที่ร้านเบเกอรี่ของโรงแรมได้บ้างไหมก่อนจะถึงเวลาที่ธาราธารจะต้องมาพบกับเขาเพื่อพาเขาไปทำหน้าที่ผู้ปกครองจำเป็นในวันรายงานตัวเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย

เมื่อวารินเดินออกมาแถวหน้าประตูพนักงานต้อนรับโค้งให้เขาอย่างมีมารยาท เขาเดินต๊อกต๋อยไปตามทางเดินเล็กๆริมผนังกระจกของโรงแรมเพื่อลัดเลาะไปเข้าประตูด้านข้างของร้านเบเกอรี่

เอี๊ยดดดดด!!!!

เสียงเบรกดังลั่นลากยาวกับพื้นถนน บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีขาวเปิดประทุนรุ่นใหม่ล่าสุด เบรกตัวลงอย่างแรง เลยหน้าวารินไปหน่อยเดียวเท่านั้น คนขับขยับใบหน้ามองดูที่กระจกฝั่งคนนั่งอีกครั้งก่อนจะถอยหลังกลับมาแล้วจอดลงต่อหน้าต่อตาเขา  วารินยกมือทาบอกเบิกตากว้างอย่างตกใจ เขาถึงกับภาวนาถึงพ่อแก้วแม่แก้วกันเลย  นึกว่าจะได้ยินเสียงตูมซะแล้ว

“ขึ้นมา!

เสียงตะคอกดังมาจากคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ชายหนุ่มหน้าตาดีมากเจ้าของรถคันงามหันมาจ้องหน้าเขาครู่หนึ่ง ในมือข้างที่พาดไว้กับเบาะคนนั่ง เรียวนิ้วคีบรูปถ่ายใบหนึ่งไว้ชูให้เขาดู  เมื่อวารินเพ่งมองถึงได้รู้ว่าเป็นรูปถ่ายของตัวเขาเอง  จึงนึกขึ้นได้จ้องมองใบหน้าเจ้าของรถอีกครั้ง แม้จะอยู่ภายใต้แว่นกันแดดสีเข้มแต่เขาก็จำได้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คือลูกชาย
คนเดียวของคุณภัคจิรา 

ธาราธารนั่นเอง

“หูหนวก!?”                          

เสียงทุ้มตะคอกใส่อีกครั้งพร้อมยัดรูปใบนั้นใส่ลิ้นชักหน้ารถ แต่วารินก็ยังยืนนิ่งอยู่  จริงๆแล้วเขาขยับขาไม่ออกไม่ใช่ว่าจะเล่นตัวอะไร กว่าคนตัวเล็กจะพยายามก้าวขาขึ้นรถไปได้เจ้าของรถก็ตบลงที่พวงมาลัยอย่างเสียอารมณ์พร้อมกดแตรลั่นยาวจนใครหลายคนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว วารินหลับตาปี๋หลังจากขึ้นรถมาได้แผ่นหลังยังไม่ทันติดเบาะด้วยซ้ำธาราธารก็กระชากรถขับออกไปอย่างเร็ว ตัวเขาได้แต่นั่งกัดปากหลับตาแน่นตลอดทางมือเล็กขาวสะอาดยึดสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น ยิ่งตอนรถเข้าโค้งเลี้ยวออกถนนใหญ่วารินเกร็งยิ่งกว่าเกร็ง  

“ชื่ออะไร?!

ธาราธารกดปิดหลังคาแล้วถามขึ้นห้วนๆขณะที่สับเลนเปลี่ยนขึ้นทางด่วนความเร็วรถไม่ได้ลดลงสักนิด วารินลอบมองเข็มไมล์ที่หน้ารถ 160 พระเจ้า!

“ถามว่าชื่ออะไร!  หูหนวกจริงๆใช่ไหมเนี่ย ตาย ๆ มีพี่เลี้ยงเป็นคนหูหนวก”

“ผะ...ผมวาริน  ชื่อวารินแล้วก็ไม่ได้หูหนวก” วารินตอบพาซื่อธารธาราจึงตวัดตามามอง “งี่เง่า!

“นี่! ผมน่ะ...เป็นพะ....พี่.....”  วารินพูดไม่ออกอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาน่ะอายุมากกว่าเยอะเพราะฉะนั้นกรุณาให้เกียรติกันบ้างแต่ตอนนี้ขากรรไกรมันค้างพูดไม่ได้ รถโฉบซ้ายโฉบขวาเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนสนามแข่ง

“เรียกวา  เรียกริน หรือเรียกวาริน จะเอาแบบไหน?”

เขาหันมามองหน้าวารินแวบหนึ่งจึงสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงสีหน้าหวาดกลัวความเร็วอย่างเห็นได้ชัดเด็กหนุ่มได้ทีกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากก่อนเหยียบคันเร่งแรงขึ้นไปอีก

“ซ...ทราย เรียกพี่ว่า พี่ทราย ก็ได้ครับ”

วารินตอบเสียงสั่นรู้สึกว่าทำไมรถมันเร็วขึ้นอีกแล้ว ใจเขาเต้นโครมครามดังมาก ไม่กล้าแม้แต่จะเอามือออกจากสายเข็มขัดนิรภัยที่ตอนนี้เขายึดมันไว้แน่นมากจนสายยับย่นไปหมด

“เหอะ”

เด็กหนุ่มแค่นเสียงขึ้นจมูกไม่คิดจะใส่ใจลดความเร็วลง  ไม่นานหลังจากนั้นรถหรูก็มาจอดเทียบไม่ไกลจากตึกคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำแถวนครปฐม ธาราธารสบถอย่างหัวเสียอีกครั้งเมื่อต้องวนรถถึงสองรอบกว่าจะหาที่จอดได้

วันนี้คนเยอะมาก

“รายงานตัวที่นี่?” วารินถามขึ้น ถ้าเขาจำไม่ผิดคุณภัครจิราบอกว่าธาราธารติดหมอแล้วทำไมถึงพาเขามาที่คณะนี้นะ

“อือ ไม่เข้าไปนะขี้เกียจต่อแถว โน่น โต๊ะโน้นเดินไปเลย”

เด็กหนุ่มโบ้ยหน้าให้วารินไปต่อแถวตรงคณะของตน วารินเพิ่งสังเกตว่าวันนี้ธาราธารใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายเต็มยศ กางเกงขาสั้นสีน้ำเงินยิ่งขับให้ผิวใสๆของเจ้าตัวดูโดดเด่นขึ้นไปอีก

“ทำไมหรือว่าอายไม่กล้าเข้าไปต่อ  เป็นพี่เลี้ยงผมไม่ใช่หรือไงต้องทำให้ได้ทุกอย่างดิ”  เขาบอกยียวน ยกมุมปากตวัดสายตาเย้ย จนวารินนึกอึดอัด เพราะถ้าเข้าใจไม่ผิดธาราธารจำเป็นต้องไปต่อคิวรายงานตัวเข้าเรียนด้วยตนเองไม่ใช่ให้คนดูแลอย่างเขาไปรายงานตัวแทน

 “คุณธารฟังนะครับ พี่จะเข้าไปต่อคิวให้เราก่อนแต่พอถึงคิว คุณธารต้องมารายงานตัวเอง ที่นี่มหาวิทยาลัยรัฐบาลนะไม่ใช่เอกชน”  ที่เราจะทำอะไรตามใจได้ วารินอยากจะพูดแบบนั้นเหลือเกิน

“ไม่ได้โง่!

เขาเน้นเสียงด้วยดวงตาคมกริบ แล้วเฉไฉใบหน้าไปทางอื่น ก่อนเลี่ยงไปยืนพิงราวระเบียงแถวๆนั้นไว้
วารินถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ขนาดวันแรกเจอกันยังไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำธาราธารยังออกฤทธิ์ขนาดนี้ เขาเดินไปต่อคิวเด็กๆนักศึกษาใหม่ที่กำลังเข้าแถวอยู่ก่อนหน้าต่างก็หันมายิ้มให้ วารินก้มมองดูการแต่งตัวของตนเองวันนี้เขาใส่สแลคสีดำกับเชิ๊ตสีอ่อนอายุอานามก็ปาเข้าไป 30 แล้ว ยังจะต้องมาต่อคิวรายงานตัวเข้าเรียนพร้อม ๆ กับเด็กมัธยมปลายคิดแล้วได้แต่สมเพศตัวเองยิ่งนัก

“นายๆ”   แรงกระตุกเสื้อจากด้านหลังทำให้วารินหันไปมอง

“นายจองหอไว้รึยัง”  เด็กหนุ่มสวมแว่นสายตาจ้องหน้าวารินอย่างเป็นมิตร

“...อ๋อ  ยัง” วารินตอบไปแบบงงๆ

“ซิ่วมาปะเนี่ยทำไมใส่ชุดแบบนี้มาอ่ะ” อีกฝ่ายยังถามต่อ

วารินอึกๆอักๆ จริงอยู่ที่ว่าหน้าเขาดูเด็กแต่มันก็ไม่น่าจะเด็กขนาดให้เข้าใจผิดกันได้ขนาดนี้  เขาเหลือบไปมองธาราธารก็พบว่าอีกฝ่ายหายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคงจะเดินไปมาอยู่แถวๆนี้เดี๋ยวคงกลับมาทันเหลืออีกแค่สองคิวยิ่งใกล้เขายิ่งหวั่นใจหวังว่าธาราธารจะไม่สร้างปัญหาอะไรให้เขา

“ว่าไง ถามไม่ตอบนะนายน่ะ  แก่กว่าเราไม่กี่ปีถือซะว่ารุ่นเดียวกันก็แล้วกันเนอะ อย่าให้ต้องเรียกพี่เลย เรารู้สึกถูกชะตากับนายนะ จองหอพักห้องเดียวกันเลยดีไหม”

“โทษทีคิดอะไรเพลินไปหน่อย  หอไหนล่ะกว้างดีรึเปล่า”

วารินลอบพิจารณาอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว ถ้าหากจะให้ธาราธารอยู่หอร่วมกับเจ้าเด็กคนนี้ก็เข้าท่าดี ยังไงเด็กปีหนึ่งต้องโดนบังคับให้พักหอในอยู่แล้ว แต่จะเป็นห้องคู่ห้องเดี่ยวหรือห้องสามคน ก็คงต้องถามรายละเอียดดูอีกที เสียงทวนชื่อของธาราธารดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสงสัยของเด็กนักศึกษาปีสูงที่รับทำเรื่องรายงานตัวของรุ่นน้อง เมื่อเอกสารติดรูปในมือมองยังไงก็ไม่ใช่คนๆเดียวกับที่ต่อคิวยืนอยู่ตอนนี้

วารินรีบกวาดตาหาธาราธารอย่างร้อนรน

“เจ้าตัวอยู่ที่ไหนคะ”

“เอ่อน้องเขาไปเข้าห้องน้ำครับผมทำแทนเลยได้ไหม”เมื่อไม่เห็นวารินจำต้องแก้ตัวไปก่อน

“ขอโทษด้วยนะคะต้องให้เจ้ามาด้วยตัวเองค่ะ ถ้าไงรบกวนไปต่อคิวใหม่อีกครั้งนะคะ เชิญคนต่อไปเลยค่ะ”

“อ้าวพี่ แล้วก็ไม่บอกว่ามาต่อคิวแทนน้อง ผมขอโทษนะพี่ผมเข้าใจผิดไป”

วารินยิ้มรับจำใจเดินกลับไปตั้งหลักต่อแถวใหม่ ถึงแถวจะยาวเป็นหางว่าวแต่ยังไงก็ต้องรอคิวใหม่อยู่ดี เขาคิดในใจว่าถ้าธาราธารเดินกลับมาคราวนี้จะต้องลากให้มายืนอยู่ด้วยกันให้ได้เลย
.
.
เสียงเพลงเบาๆจากบีเอ็มคันหรูที่จอดเทียบอยู่ริมฟุตบาท ธาราธารเปิดแอร์เย็นฉ่ำเอนเบาะนอนคุยโทรศัพท์อย่างสบายอารมณ์ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเมื่อเห็นว่าจวนเจียนจะถึงเวลานัดก็สลับสายโทรเรียกเด็กสาวที่นัดแนะกันไว้ เด็กหนุ่มคุยไปยิ้มไปเมื่อนัดหมายสถานที่เรียบร้อยก็ออกรถโดยไม่สนใจวารินที่กำลังต่อคิวแทนเขาเลยแม้แต่น้อย

เขาต้องรู้แน่นอนอยู่แล้วว่าเวลารายงานตัวจะหมดลงตอน 4 โมงเย็นเพราะฉะนั้นเอาไว้ใกล้ถึงเวลาเขาจะเข้าไปรายงานตัวด้วยตนเอง แต่ที่ปล่อยให้วารินรอคิวทำแทนก็แค่แกล้งเพื่อความสะใจเท่านั้น

ธาราธารคว้าเอาเอวหญิงสาวอกสะบึมพาเดินเข้าไปที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูแถวนั้นทันที ยังพอมีเวลาเหลือเล็กน้อยทานข้าวเสร็จแวะเดินห้างใกล้ๆ แล้วค่อยกลับไปหาพี่เลี้ยงคนใหม่ของเขาที่ยืนรอคิวแทนเขาตั้งแต่เช้า

..แค่นี้ก็สะใจเขาเป็นบ้า..

เมื่อวานจู่ๆคุณแม่ก็มาบอกกับเขาว่าจะหาคนมาดูแลเป็นธุระจัดการทุกๆอย่างให้กับเขาควบคุมเขา ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นแม่ที่ต้องทำแต่แม่ก็ปฏิเสธที่จะทำแล้วใช้ให้ใครก็ไม่รู้มาดูแลเขาซึ่งเป็นถึงลูกแทน
น่าโมโห!  เพราะงั้นจะแกล้งให้ถึงที่สุดเอาให้ทนไม่ได้แล้ววิ่งแจ้นไปลาออกเลยคอยดู!
.
.

“นายธาราธาร  โชติการุณ”

วารินถึงกับยกแขนขึ้นเช็ดเหงื่อเมื่อเด็กสาวเอ่ยชื่อธารธาราออกมาแล้วมองหน้าเขา

“อ้าวพี่คะน้องเขายังไม่มาอีกเหรอหนูเห็นพี่ต่อคิวหลายรอบแล้วนะคะ  เราปิดรายงานตัว 4 โมงเย็นนะคะพี่ถ้ามาไม่ทันจะถือว่าสละสิทธิ์นะ”

วารินยิ้มแห้งหยาดเหงื่อเต็มหน้าเต็มตัวไปหมด เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงจู่ๆธาราธารก็หายตัวไปตั้งแต่เช้า พอตอนเที่ยงเขาออกไปตามหารถก็ไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วจะไปไหนน่าจะโทรมาบอกเขาก่อนสักคำไม่ใช่จู่ๆมาหายไปตั้งแต่เช้าถึงเย็นแบบนี้

“น้องครับพี่ขอร้องล่ะนะให้พี่รายงานตัวแทนน้องพี่ได้ไหมพอดีพี่ติดต่อเขาไม่ได้ คิดว่าเขาคงติดธุระจำเป็นจริงๆเมื่อเช้าเรายังเข้ามาด้วยกันอยู่เลยครับ”

“หนูก็อยากช่วยนะคะพี่แต่หนูผิดกฎให้พี่ไม่ได้จริง ๆ อ้อ อาจารย์เข้ามาเก็บรายชื่อแล้วค่ะพี่ลองเข้าไปคุยกับท่านดูก็ได้”
วารินสุดปัญญาจะคิดได้แล้วขณะได้ฟังทางเลือกสุดท้ายเขารีบคว้าซองเอกสารเดินเข้าไปหาอาจารย์ท่านที่เด็กสาวบอกทันที แต่เมื่อท่านเดินเลี้ยวออกมาวารินก็พบว่าหน้าเขาชาไปเกือบทั้งซีก

ธาราธารเดินยิ้มแย้มตีคู่มากับอาจารย์ท่านนั้นในมือของท่านถือซองเอกสารที่ดูยังไงๆมันก็คือซองประวัติของนักเรียนที่มามอบตัวชัดๆ

เอกสารของธาราธาร

“เอาไว้บอกคุณแม่ท่านด้วยแล้วกันว่างๆอาหมอจะแวะเข้าไปเยี่ยมนะ”
อาจารย์ท่านนั้นกล่าวกับธาราธารแล้วถือโอกาสบีบไหล่เด็กหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะธาราธารเองก็โค้งคำนับให้อย่างสุภาพ

“หึ”

เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งสายตาเย้ยใส่วารินจากนั้นเขาจึงเดินนำไปที่รถ ขณะที่อีกคนได้แต่เดินตามอย่างเอือมระอา

“เดี๋ยวก่อนคุณธาร พี่มีเรื่องต้องคุยกับเรานะ”  คนตัวเล็กหยุดยืนเมื่อถึงรถ หันมาจ้องหน้าธาราธารอย่างจริงจัง แต่อีกฝ่ายหาได้ใส่ใจไม่ เขาก้าวขึ้นรถสตาร์ทเครื่องทำให้วารินต้องรีบกระโดดขึ้นตามเกือบจะไม่ทัน

รถสปอร์ตคันหรูกลับมาทะยานโฉบเฉี่ยวด้วยความเร็วบนท้องถนนอีกครั้ง วารินนั่งหลับตาปี๋เหมือนเคย ธุระที่กะว่าจะคุยเลยยังไม่ได้พูด ธาราธารหันมามองพอรู้ว่าอีกฝ่ายกลัวเขาก็ยิ่งแกล้ง วารินเองก็รู้ทั้งรู้ว่าโดนแกล้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งภาวนาให้ถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย

ในที่สุดวารินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองทางเมื่อเริ่มรู้สึกว่ารถวิ่งช้าลง “นี่ไม่ใช่ทางกลับโรงแรมนี่ คุณธารจะไปไหนครับ”

“เที่ยว” เขาตอบห้วนๆ

“เที่ยวเที่ยวที่ไหนไปส่งพี่ที่โรงแรมก่อนดีไหมแล้วคุณธารจะไปที่ไหนก็ไปเลยสิครับ” วารินไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะพาเขาไปด้วยทำไมกัน

ธาราธารตวัดสายตามองอย่างเกรี้ยวกราดทันทีที่วารินพูดจบ เขาตีไฟเลี้ยวจอดลงข้างทาง “คิดว่าอยากพาไปนักรึไงฮึ” มือแกร่งกำพวงมาลัยแน่นแล้วกัดฟันพูดใส่

เมื่อตอนเที่ยงหลังจากทานข้าวเสร็จเขาพาสาวสวยไปเดินช็อปปิ้งต่อพอจะจ่ายเงินซื้อกระเป๋าใบละแค่ไม่กี่หมื่นให้เธอปรากฏว่าบัตรโดนบล็อกยอดเงินไว้ เขารู้สึกเสียหน้าอย่างที่สุดทั้งที่แต่ก่อนคุณแม่ไม่เคยจำกัดวงเงินเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว พอโทรไปโวยวายท่านก็กลับให้คำตอบมาว่าจากนี้ไปจนกระทั่งเรียนจบจะให้วารินเข้ามาดูแลเรื่องการเงินของเขาเพราะฉะนั้นต่อไปหากจะใช้เงินเกิน 2 หมื่นบาทต่อวันจะต้องให้วารินเป็นคนเซ็นบัตรให้ทุกครั้ง จะใช้เท่าไหร่ท่านไม่ว่าแต่ต้องใช้ผ่านบัตรของวาริน

ธาราธารยิ่งคิดยิ่งแค้นพี่เลี้ยงหน้าจืด  เขาเบือนหน้าหนีด้วยความเซ็งสุดขีด วารินเองก็เหลือจะอดมาทั้งวันแล้วเช่นกัน 

 “ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณถึงไม่พอใจผมนัก แต่ขอให้รู้ไว้ว่าผมเองก็ทำตามหน้าที่ ถ้าหากคุณภัครท่านไม่สั่งให้ต้องมาดูแลคุณ ผมก็คงไม่......”

“พอแล้ว!”

เขาตะคอกแทรกขึ้นอย่างฉุนเฉียว “รู้อยู่แล้วล่ะว่าที่มาทำโน่นทำนี่ให้ก็เพราะเป็นคำสั่งของคุณแม่ เป็นหน้าที่! ผมมันไม่เคยสำคัญกับใครทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องมาย้ำกันนักหรอก!

หน้าที่ๆๆๆ เขาเกลียดคำนี้ เพราะคำว่าหน้าที่จึงพรากความรักของแม่ไปจากเขา คนที่เข้ามาดูแลเขาคนก่อนก็เอาแต่ ทำหน้าที่ไม่เคยมีความจริงใจให้กับเขาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองจ้องอีกคนอย่างผิดหวังระคนตัดพ้อ   
และวารินเองก็เห็นรอยสั่นไหวในตาดวงนั้นอย่างชัดเจน “ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ไม่ใช่ว่าธารไม่สำคัญ”  วารินเสียงอ่อนหน้าเสีย นึกละอายใจที่พูดจาห่างเหินออกไปทำให้เด็กหนุ่มเกิดน้อยใจขึ้นมา  ถึงแม้ผู้ชายตรงหน้าจะดูรูปร่างสูงใหญ่เกินกว่าวัย แต่อย่างไรเสียก็เด็กกว่าเขาตั้งสิบสองปี วุฒิภาวะทางอารมณ์ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว

เขาได้แต่สัญญากับตนเองว่าจะต้องควบคุมตัวเองให้ดีกว่านี้

“หึ ทำเป็นพูดดี หน้าไหนๆก็เหมือนกันหมด ”  ธาราธารแค่นเสียง

...ทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดเขาก็เพราะทำตามหน้าที่หวังเงินทองกันทั้งนั้น จะคนไหนหน้าไหนมันก็ไม่ต่างกันทั้งนั้น...

“ธารครับพี่ไม่รู้นะว่าเราเคยเจอใครแบบไหนหรือเคยเจออะไรแย่ๆมาก่อน พี่อยากให้ธารลองเปิดใจให้พี่สักหน่อย วันนี้เราอาจจะเริ่มต้นรู้จักกันด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนัก แต่พี่ขอโอกาสจากธารให้พี่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ให้พี่ได้รู้จักกับธารในฐานะของพี่ชายคนหนึ่งจะได้ไหมครับ”

วารินตั้งสติพูดกล่อมอย่างใจเย็น เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องคุยเรื่องขอบเขตของการดูแลให้เรียบร้อย ได้รู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงวารินก็รู้แล้วว่าธารธาราเป็นเด็กที่ดูแลยากแค่ไหน

“พี่จะไม่พูดว่าต้องทำตามหน้าที่หรืออะไรอีกแล้ว ต่อจากนี้ระหว่างเราขอให้เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ จากนี้ไปพี่จะเรียกเราว่า ธาร แล้วถ้าธารยอมรับให้พี่เข้าไปดูแลธารได้ก็ให้เรียกพี่ว่า พี่ทราย ”

เขาลอบสังเกตท่าที  เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มจู่ๆก็นิ่งไป คงกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ เขาจึงชิงสรุปความ “พี่ขอคำตอบจากธารวันนี้เลยนะครับ” วารินกำชับ

อย่างน้อยถ้าหากธาราธารไม่ยอมรับ เขาจะไม่ทู่ซี้แล้วอธิบายให้คุณภัครจิราฟังอย่างเข้าใจ ธาราธารดูท่าทางไม่ชอบใจเขานักเห็นได้จากการที่เขาโดนกลั่นแกล้งวันนี้ก็พอจะรู้เพราะฉะนั้นเขาจึงอยากให้ธาราธารตัดสินใจด้วยตนเอง ต่อไปหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นธาราธารจะยอมรับได้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของตัวเขาเอง

รถหรูเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนอีกครั้ง คราวนี้เขาขับระดับปกติธรรมดา อาจจะเร็วกว่าคนอื่นอยู่สักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ด่วนจี๋โฉบเฉี่ยวแบบเมื่อเช้าหรือเมื่อสักครู่อีกแล้ว  “แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะขอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมน่ะ”  เมื่อรถจอดลงที่ช่องจอดรถส่วนตัวใต้โรงแรมธาราธารปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันเข้ามาถามวารินใกล้ๆ

“อือ” วารินพยักหน้ารับ ตากลมโตใสแจ๋วจ้องหน้าคนถามไม่กระพริบเพื่อยืนยันว่าเขาพูดจริงทำจริงได้แน่นอน
ธาราธารเป็นเด็กที่น่าสงสารขาดความอบอุ่นจึงเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีผิดๆ กลายเป็นเด็กแข็งกระด้าง ดังนั้นวารินจึงตั้งใจจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดี  ส่วนหนึ่งก็เพื่อตอบแทนบุญของภัครจิรา และเพื่อเงินรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเขารู้สึกสงสารเด็กคนนี้มากกว่า อย่างน้อยคิดซะว่ามีน้องเพิ่มขึ้นมา

“แล้วรู้รึเปล่าว่าผมน่ะ ได้ทั้งหญิงทั้งชายนะ พี่ไม่กลัวเหรอ”

ธาราธารหันมาหรี่ตามองลากเสียงยิ้ม ๆ วารินอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดมาก่อนว่าเด็กหนุ่มจะพูดเรื่องแบบนี้กับเขา ไบเซ็กชวล ไม่ใช่ปัญหาสำหรับวารินเพื่อนฝูงเขามีแบบนี้เยอะแยะ ธาราธารอาจจะกลัวว่าถ้าเขารู้เรื่องจะรังเกียจและไม่ยอมรับ

“พี่ไม่เคยรังเกียจเลยนะ เพื่อนๆพี่มีเยอะแยะ สมัยนี้เขาเปิดกว้าง....”

“ผมไม่ได้ถามว่าพี่รังเกียจไหม  แต่ผมถามว่าพี่ไม่กลัวผมเหรอ” เขาแทรกขึ้น ย้ำด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ไม่กลัวว่าผมจะจับพี่ทำเมียรึไง หืมม”  มือแกร่งแกล้งเชยเอาคางมนสวยของวารินให้เงยหน้าสบตาเขาอย่างเบามือ ดวงหน้าหล่อเหลาคมเข้มลอยอยู่ต่อหน้าต่อตาห่างเพียงไม่ถึงคืบ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ แต่ทันทีที่ตั้งสติได้รีบวารินปัดมือนั้นออกอย่างรวดเร็วแต่ทว่าก็ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายคว้าจับไว้ได้ก่อนอยู่ดี

วารินมองมือใหญ่ที่กำรอบข้อมือเขาอยู่ตอนนี้ ทำไมกันนะ? มือเล็กๆที่เคยจับมือเขาไว้แต่ก่อนนั้น บัดนี้มันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้ ใหญ่กว่ามือเขามาก และแรงบีบมหาศาลนั่นอีกมันทำให้เขานิ่วหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

“ตัวเล็กๆ ผิวดีๆแบบนี้  อื้อหือออ”

เจ้าของมือใหญ่กระตุกยิ้มร้ายในขณะที่วารินถดตัวจนหลังชิดประตู เขาพยายามปลดเข็มขัดนิรภัยออกแต่โดนมือแข็งแรงของธาราธารจับล็อคค้างไว้  ใบหน้าคมสันโน้มเข้ามาใกล้ชิดจนวารินตัวแข็งรีบหลับตาปี๋

“ทำหน้าอะไรแบบนั้น..คิดว่าผมจะทำอะไรหรือยังไง”

วารินเบิกตาขึ้นทันที  ใบหน้าเล็กขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด เขายอมรับว่าเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าต้องโดนธาราธารจูบลงมาแน่ๆ แต่เมื่ออีกฝ่ายพูดดักทางอย่างรู้ทันวารินจึงอับอายมาก

...นี่เขาโดนแกล้งอีกแล้วสินะ...

“พ..พี่จะลงแล้ว ถอยออกไป”

คนตัวเล็กเสียงดังกลบเกลื่อน ใช้สองมือผลักอกของธาราธารออก  รู้สึกเสียเปรียบและสู้ไม่ได้เลยไปทุกอย่าง ธาราธารเป็นเด็กที่ตัวสูงใหญ่มือของเขาจึงดูเล็กมากเมื่อเทียบกับแผงอกกว้างและแข็งแกร่งนั่น

“จูบไม่ลงหรอกนะ ไม่เคยคิดจะบริโภคคนแก่สักที!

เด็กหนุ่มเน้นย้ำคำว่า แก่ลงไปแบบชัดๆเน้นๆพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจที่ดูเหมือนหยั่งเชิงกัน วารินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก กัดริมฝีปากแน่น นี่เขาโดนปั่นหัวเข้าจนได้  เมื่อสบโอกาสดีเขาชิงปลดเข็มขัดนิรภัยออกทันที

ไม่น่ารักเหมือนตอนเป็นเด็กสักนิดวารินบ่นพึมพำในใจอยู่คนเดียว

ธาราธารละตัวกลับไปพิงเบาะของตัวเอง วารินรีบก้าวลงจากรถแต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้คุยกับเขาเรื่องหอพักจึงลองก้มลงไปถามดู

“จองไว้แล้วแต่ไม่เข้าไปอยู่หรอกนะ” เขาก้าวลงจากรถ กดสวิทล็อคแล้วเดินนำไปที่ลิฟต์ วารินรีบตามไป

“แต่ปี1 เขาบังคับไม่ใช่เหรอธารไม่ลอง....”

“..พี่ทราย..”

จู่ๆเขาก็หยุดเดินแล้วหันมาเรียกชื่อวารินเป็นครั้งแรก  น้ำเสียงทุ้มๆที่เอ่ยเรียก พี่ทราย  ฟังแล้วรื่นหูมาก แต่ที่ดีใจยิ่งกว่านั้นมันแสดงให้เห็นว่าธาราธารยอมรับเขาแล้ว

วารินจึงเผลอระบายยิ้มบางๆออกมา

“เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะมารับ ว่าไปหาคอนโดแถวนั้นอยู่”

วารินก้าวตามเข้าไปในลิฟต์พักเดียวก็แล่นมาถึงชั้นที่เขาทำงานอยู่  เด็กหนุ่มชะลอจังหวะเดินนิดหนึ่งเพื่อให้วารินเดินนำเข้าไปก่อน เมื่อถึงโต๊ะทำงานของเขาแล้ว ธาราธารจึงหันหลังเดินกลับออกไปไม่ได้แวะเข้าไปในห้องภัครจิราเลยแม้แต่น้อย

วารินได้แต่หันมองอย่างงงๆ


..เด็กร้ายกาจแบบนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะตั้งใจเดินขึ้นมาส่งเขาถึงโต๊ะทำงาน..
.
.