Sunday, March 9, 2014

..พี่เลี้ยง..THE DAY' I was your man(Yaoi-drama) บทที่ 1

...พี่เลี้ยง....
THE DAY’ I was your man.

บทที่1

“ก็อย่างที่บอกเธอไปนั่นแหละนะวาริน  ถือว่าช่วยฉันหน่อยก็แล้วกัน”   ภัคจิรา ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน แผ่นหลังบางในชุดสูทผ้าไหมสีครีมเอนพิงพนักเก้าอี้ประจำตำแหน่ง แว่นสายตาถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ
เธอเลื่อนเช็คเงินสดที่กรอกตัวเลขไว้เรียบร้อยแล้วส่งให้วาริน  “อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ถือว่าฉันจ้างเธอเพิ่มเป็นพิเศษก็แล้วกัน นี่เป็นเงินงวดแรกนอกเหนือจากงานประจำ คิดซะว่าเป็นค่าตอบแทนดูแลเจ้าธารให้ฉัน

วารินถึงกับเบิกตาโตตัวเลขจำนวนเงินไม่ใช่น้อย ๆ เขานึกเอะใจว่าแค่ดูแลเด็กโตจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอยู่รอมร่อทำไมถึงได้ให้ค่าจ้างที่สูงนัก

“ธารเป็นเด็กที่ใช้เงินเก่งมาก ฉันจะให้บัตรสำรองเธอไปอีก1ใบเอาไว้เบิกใช้ได้ตามความจำเป็นบางครั้งบางคราวอาจจะต้องตามเคลียเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับเขาเธอจะได้ไม่ลำบาก”

“แล้วงานของผมทางนี้ล่ะครับ”

ตอนนี้ให้โฟกัสไปที่ลูกชายของฉันก่อน เรื่องงานฉันจะให้ศศิธรเข้ามาช่วยอีกแรง”

“คุณภัคจิราครับ ผม...”

“วาริน  เธอเองก็ทำงานเป็นเลขาฉันมานานพูดง่าย ๆก็เหมือนน้องชายฉันคนหนึ่ง เธอรู้มาตลอดนี่ว่าฉันทำงานหนักแค่ไหนที่ฉันทำทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อเจ้าธารลูกชายคนเดียวของฉันทั้งนั้น”

ความจริงแล้วภัครจิราอยากจะให้ลูกชายของเธอเรียนทางด้านบริหารแต่จนใจที่เขาดันเลือกสอบเข้าแพทย์ตามที่ใจรักแล้วเจาะจงเลือกสอบมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศแบบนั้น ครั้นจะบังคับให้สละสิทธิ์แล้วออกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนเธอก็จนใจที่จะทำได้

พรุ่งนี้เขาต้องไปรายงานตัวและจัดการเรื่องหอพัก  เธอคงรู้มาบ้างว่าลูกชายฉันอยู่โรงเรียนประจำมาโดยตลอดแล้วก็มีเรื่องมีราวจากทางโรงเรียนส่งมาตลอดด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านั้นฉันจ้างพี่เลี้ยงให้เขาคนหนึ่งคอยดูแลเป็นธุระแทนฉัน แต่ก็ไม่รอดเจ้าธารไม่รับใครหน้าไหนทั้งนั้น บอกตรงๆฉันมันบ้างานจนลืมวิธีเลี้ยงดูลูกไปนานหลายปีแล้ว ที่ต้องคอยจ้างคนอื่นอยู่ตลอดเพราะฉันไม่มั่นใจในตัวเอง เธอจะต่อว่าฉันยังไงฉันก็เถียงไม่ออกแล้วล่ะตอนนี้”

วารินครุ่นคิด เมื่อเห็นเจ้านายตัวเองระบายเรื่องส่วนตัวออกมา ทั้งที่ทำงานกับคุณภัคจิรามานานแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะพรั่งพลูเรื่องลูกชายออกมาแบบนี้ อยากช่วยก็อยากช่วยแต่ก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกันว่าลูกชายคนเดียวของเจ้านายร้ายกาจมาก

“รู้ไหมวาริน ทั้งๆที่เขากลับมาอยู่บ้านแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นแต่กลับสร้างปัญหามากมายให้ฉันตามเก็บตามแก้ไม่หยุดหย่อน ไหนจะเรื่องผู้หญิง เรื่องเงิน เรื่องเที่ยว ฉันเองก็สุดจะทนแล้วเหมือนกันอยากจะหาคนมาดัดนิสัยก็พอจะมองเห็นเธอนี่แหละ ตาธารเขาเป็นลูกชายคนเดียวของฉันนะถึงแม้จะเป็นลูกที่พอเกิดมาปุ๊บสามีก็ทิ้งฉันไปทันที หึ เห็นหน้าเขาทุกครั้งฉันก็คอยคิดถึงแต่สามีเก่าจะกอดเขาแต่ละทีหัวใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีดีอยู่อย่างคือเขาเป็นเด็กที่เรียนดีมากมีความรับผิดชอบ ถ้ามองข้ามอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเขาได้จะถือว่าเขาเป็นเด็กดีคนหนึ่งเลย  ตกลงแล้วนะ นาวารินช่วยฉันอบรมดูแลเขาหน่อย”

“แล้ว...ผมจะต้องทำอะไรบ้างครับ”

ภัครจิราอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้องานให้วารินได้ฟัง เธออยากให้เขาเป็นเหมือนเลขาส่วนตัวให้กับลูกชายของเธอ วารินนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่เขาเข้ามาฝึกงานที่บริษัทนี้ ในห้องทำงานใหญ่ของภัครจิราเด็กผู้ชายตัวเล็กหน้าตาหล่อเหลามาดคุณชายนั่งเล่นเกมส์รถแข่งทำเสียงเอฟเฟคตลกๆ วารินนำอาหารและของว่างเข้าไปเสิร์ฟให้ เด็กตัวเล็กหันมายิ้มให้เขาและเดินเข้ามาจูงมือเขาไปนั่งเล่นเกมส์ด้วยกัน มือเล็กๆจับเขาไว้ไม่ยอมปล่อยเมื่อเห็นว่าเขาเล่นเก่งกว่า ดวงตาใสมองอ้อนเขาให้สอนวิธีเล่นให้ชนะ วารินนึกไปถึงเรื่องเมื่อประมาณสิบปีที่แล้วก็อดระบายยิ้มออกมาไม่ได้

ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้เขาจะได้มาดูแลเด็กคนนี้ในฐานะพี่เลี้ยง ป่านนี้คนตัวเล็กนั่นจะโตขึ้นขนาดไหน จะทำหน้าอ้อนเขาแบบแต่ก่อนอีกหรือเปล่า

วารินเข้าฝึกงานที่โรงแรมแห่งนี้ตั้งแต่สมัยเรียนพอจบเขาก็ได้ทำงานที่นี่ต่อเลยทันที เริ่มจากงานผู้ช่วยของศศิธรหรือพี่อ้อเลขาอีกคนของภัครจิรา จากนั้นจึงขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นเลขาเต็มตัวเมื่อ 5 ปีที่แล้วเมื่อตระกูล โชติการุณ ผุดโรงแรมและรีสอร์ทในเครือขึ้นอีก 2 แห่ง แต่ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนวารินไม่เคยเห็นคุณภัคจิราแสดงอาการเหนื่อยใจขนาดนี้มาก่อน

“รับปากฉันว่าฉันจะไว้ใจเธอได้วาริน  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะต้องคอยประคับประคองให้เขาเดินไปในทางที่ถูกต้องเสมอ” ภัครจิราฝากฝัง

“ครับผมรับปากจะดูแลคุณธารให้ดีที่สุด”
.
.
“จ๊ะเอ๋พี่ซี ทรายกลับมาแล้วครับ ทำอะไรอยู่อ่ะ”

แกลเลอรี่เล็กๆริมถนนสายการค้า เป็นเสมือนบ้านของสองพี่น้องต่างบิดามารดาที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก วารินเข้าไปกอดแผ่นหลังกว้างของภูวดล จิตรกรหนุ่มมาดอบอุ่นที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายบุญธรรม ทั้งที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวแต่ภูวดลกลับทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินตัว นั่นเพราะตั้งแต่เสียพ่อแม่ไปภูวดลก็รับผิดชอบดูแลวารินมาโดยตลอด

“ล้างพู่กันอยู่ครับ ทรายหิวหรือยังกินข้าวกันเลยไหมพี่ทำเตรียมไว้แล้วนะ”

“หิวอ่ะดิ มาทรายช่วย” ว่าแล้วมือเล็กขาวสะอาดก็คว้าแย่งเอาแปรงเอาพู่กันมาล้างแทนแต่ถูกอีกฝ่ายขวางไว้

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวมือทรายจะเปื้อนสีนะพี่ล้างเองไวกว่าหิวเหมือนกันเนี่ยรอทรายจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว ไส้พี่ซีบิดเป็นเกลียวมันฝรั่งแล้ว” ภูวดลแกล้งหันมาเย้า

 “พอดีวันนี้คุยธุระกับเจ้านายนิดหน่อยเลยเลิกช้า เห็นคุณภัครท่านบอกว่าจะให้ทรายช่วยดูแลลูกชายของท่านน่ะครับ”

“พี่เลี้ยงเด็กน่ะหรือ?”

“ไม่เด็กแล้วครับ พรุ่งนี้ทรายต้องพาน้องเขาไปมอบตัวที่มหาวิทยาลัย”

“โหโตแล้วนี่ ทำไมต้องให้คนไปดูแลอีกล่ะ”

“เพราะคุณภัครท่านไม่ค่อยว่าง แล้วก็คงอยากได้คนมาดูแลน้องแบบใกล้ชิดมั้งนะ” ทรายล้างมือแล้วเดินไปเปิดฝาชีดูอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ

“หืมม หอมน่ากิน” ชายหนุ่มคดข้าวรอพี่ชาย   ส่วนภูวดลพอล้างเสร็จเขาก็เอาอุปกรณ์ระบายสีไปผึ่งลมไว้ที่หลังบ้านแล้วเดินเข้าไปนั่งกินข้าวร่วมกับวาริน

“แบบนี้ก็เหมือนย้ายจากเลขาแม่ไปเป็นเลขาลูกสินะ  ทรายน้อยของพี่ซีจะไหวไหมเนี่ย” ภูวดลพูดติดตลกพร้อมกับตักผัดเต้าหู้ของโปรดน้องชายใส่จานให้อีกฝ่ายก่อนจะลงมือทานอาหารในจานตนเอง

“ไหวไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะ พี่ซีดูนี่” ทรายล้วงเช็คเงินสดออกมาอวดภูวดลอย่างตื่นเต้น

“โอ้โหทำไมเขาให้มาเยอะแบบนี้ล่ะ ลูกเขาเลี้ยงยากรึเปล่าเนี่ยทรายพี่ซีว่าแอบน่ากลัวเหมือนกันนะ”

“พี่ซีก็พูดไป แต่ทรายดีใจนะที่ได้งานนี้เพราะเราจะมีรายได้เพิ่มทรายจะเก็บเงินไว้ให้เยอะๆแล้วจะได้ไปไถ่บ้านนี้คืนมาให้เป็นของพี่ซีเหมือนเดิม”

วารินนึกย้อนไปถึงอดีต เมื่อ14 ปีที่แล้วภูวดลสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้นพี่ชายของเขาก็รับหน้าที่ดูแลน้องชายบุญธรรมอย่างเขาเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ภูวดลต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำงานหาเงิน เขารับจ้างวาดรูปส่งเสียวารินให้ได้เรียนสูงๆทั้งยังต้องแบ่งเงินรายได้ส่วนหนึ่งมาจ่ายค่าเช่าบ้าน ทั้งที่เป็นบ้านของตนเองแท้ๆแต่เพราะพ่อของเขานำมันไปจำนองไว้กับเจ้าหนี้เงินกู้ เมื่อขาดส่งเรื่องจึงแดงขึ้นมา  

ญาติพี่น้องทางฝ่ายพ่อและแม่ต่างไม่ยอมรับพวกเขาสองพี่น้องเพราะพ่อกับแม่ของภูวดลถือเป็นลูกพี่ลูกน้องกันทั้งสองฝ่ายจึงรังเกียจและถูกตัดขาด ท่านสองคนตั้งใจมีภูวดลเพียงแค่คนเดียวส่วนวารินเป็นบุตรบุญธรรมที่ท่านนำมาเลี้ยงดูเพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับภูวดล

“ทรายไม่อยากเห็นพี่ซีอดหลับอดนอนไปรับรูปมาวาดอีกแล้ว ทรายจะทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะๆพี่ซีจ๋าของทรายจะได้ไม่ต้องลำบากอีก”  วารินนึกถึงภาพอดีตที่เคยลำบากเขาไปนั่งดูพี่ชายรับจ้างวาดรูปตามถนนคนเดินหรือตามตลาดโต้รุ่งจนดึกดื่นแล้วน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมา

ภูวดลได้แต่ลูบหัวน้องชายอย่างปลอบใจ

“ใครว่าพี่ลำบากครับ พี่ซีทำแล้วมีความสุขต่างหาก ตอนนี้เรามีร้านเล็กๆของเราเองแล้วไง พี่ได้วาดรูปรอทรายอยู่ที่บ้านทุกวัน นี่แหละความสุขของพี่ซี เงินทองอะไรไม่สำคัญสำหรับพี่มากไปกว่าทรายหรอกนะครับ”

ทันทีที่วารินได้เข้าทำงาน เงินเดือนๆแรกเขายกให้ภูวดลทั้งหมดแต่ภูวดลปฏิเสธเขาจึงรวบรวมเงินจำนวนหนึ่งแล้วต่อเติมร้านเล็กๆขึ้นที่ระเบียงหน้าบ้านดีไซด์ให้เป็นไม้ทั้งหมดเพื่อให้ภูวดลมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง

ถึงแม้มันจะเล็กกะทัดรัด แต่มันก็เป็นร้านที่น่าภาคภูมิใจและน่ารักมากมีเถาวัลย์เลื้อยอยู่รอบรั้วและตัวเรือนด้านหน้ามีต้นลีลาวดีสีขาวต้นใหญ่ที่เขากับพี่ปลูกไว้ร่วมกันตั้งแต่เด็ก  มันเหมือนบ้านสวนเล็กๆกลางเมืองใหญ่

“จ้า จ้า พี่ซีคนดีของทราย”

 “แล้วทรายเคยเจอน้องเขารึยังครับ”

“เคยเจอตั้งแต่น้องเขายังตัวเท่าเนี๊ยะ” วารินทำไม้ทำมือประกอบว่าตัวเล็กมากแล้วก็เตี้ยมาก ตอนนั้นธาราธารน่าจะอายุสัก 8 ปีได้  “แต่ว่าตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลย รู้สึกว่าคุณภัครจะส่งเข้าโรงเรียนประจำน่ะครับ ตอนนี้คง 17-18 แล้วมั้ง”

“อ้อ เด็กที่อยู่โรงเรียนประจำมาตลอดสินะ” ภูวดลพึมพำ

“ครับใช่” วารินพยักหน้ารับเบาๆ

 “ทนๆเอาหน่อยนะเรา หึหึ เจ้าเตี้ยอายุ 30 จะไปดูแลเด็กอายุ 18 เนี่ยนะ หึหึหึ” ภูวดลแกล้งทำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่

“พี่ซีหัวเราะอะไรอ่ะ หัวเราะเยาะทรายเหรอ หาว่าทรายแก่ละซิตัวเองก็เหมือนกันแหละอายุมากกว่าเขาแค่ปีเดียวอย่ามาทำเป็นหัวเราะคนอื่นนะ”ทรายพูดหน้ายู่

“เปล่าคราบ เปล่าๆ หึหึหึไม่ได้หัวเราะเลย เปล่า หึหึหึ”

“เปล่าอะไรหัวเราะอยู่ชัดๆทรายยังไม่แก่นะแล้วก็ไม่เตี้ยด้วยอย่ามาว่าทรายเตี้ยทรายแค่สูงน้อยกว่าพี่ซีหน่อยเดียวเองแล้วน้องเขาอาจจะเตี้ยกว่าทรายอีกก็ได้ใครจะรู้ล่ะ จิ๊” ภูวดลโดนทรายฟาดไปหนึ่งทีเสร็จแล้วทรายก็ทำปากจู๋

“คราบหน่อยเดียว ลูกตาเลยไหล่พี่ซีมาหน่อยเดียวจริงๆ”  ทรายทุบลงที่หลังภูวดลอีกหนึ่งทีจนอีกฝ่ายเกือบสำลักข้าว

“โอเคๆไม่พูดแล้วไม่งอนนะพี่ซีหยอกเล่น ว่าแต่ ถ้าทรายพาน้องเขาไปมอบตัวคนอื่นจะมองว่าทรายเป็นคุณพ่อยังหนุ่มของน้องเขารึเปล่าเนี่ย หึหึหึ” ภูวดลยังกระเซ้าไม่จบ เขานั่งนั่งหัวเราะจนไหล่สั่นเมื่อมโนภาพถึงวันพรุ่งนี้

“บ้า! พี่ซีอย่ามาพูดแบบนี้นะทรายจะไปเป็นรุ่นพ่อน้องเขาได้ยังไงถึงจะแค่เกือบก็เหอะ ใครจะรู้น้องเขาโตขึ้นอาจจะหน้าแก่ ตัวอ้วน  ผิวคล้ำ ตาตีบ แตกต่างจากทรายทุกอย่างเลยก็ได้เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครอุตริคิดไปได้ว่าทรายเป็นพ่อน้องเขาหรอกน่า อย่างมากก็แค่ พี่ น้า อา อะไรแบบนั้น”

“ครับๆๆพี่ก็พี่ อย่างนี้ก็ทรายไม่ต้องเข้าไปที่โรงแรมแล้วอ่ะดิ”
“ก็คงเข้าบ้างไม่เข้าบ้างแหละแล้วแต่  เรื่องดูแลลูกเขาคงต้องมาก่อนคุณภัคเธอว่างั้นน่ะ ช่วงนี้ทรายอิสระฮี่ๆดีใจจัง พี่ซีทรายขึ้นไปอาบน้ำแล้วนะพี่ซีล้างจานเสร็จตามขึ้นมาล่ะ”

“เดี๋ยวก่อนดิ พี่ซีล้างจานให้ทั้งที่วันนี้เวรทรายนะครับต้องให้รางวัลพี่ซีสิ” ภูวดลคว้าแขนทรายเอาไว้พร้อมยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มทรายเบาๆ

“หือ ไม่โกนหนวดอีกละ ทรายเจ็บนะเนี่ย” วารินเอามือลูบแก้มไปมาแกล้งทำงอน

“อะไรเพิ่งโกนเมื่อวานเองทำไมขึ้นไวงั้นล่ะ” ภูวดลแอบบ่นงึมงำในลำคอเบา ๆ

“เดี๋ยวทรายเปิดแอร์รอ พี่ซีรีบตามขึ้นมานะ”

“ครับๆจะตามขึ้นไปเดี๋ยวนี้ล่ะขอโทรศัพท์บอกเรื่องรูปกับลูกค้าก่อนนะ”

.
.

“หืมม..อะไรกันแค่นี้เมา?” สาวสวยหุ่นดีน่าฟัดน้ำเสียงเต็มไปด้วยจริตจกร้านหย่อนตัวนั่งลงข้างเขากอดเอวเขาไว้

“เมาที่ไหน เคยเมา?” เด็กหนุ่มถามเรียบๆสีหน้าเย็นชาเหมือนเคยไม่เปลี่ยน มือขาวสะอาดยกแก้วสีอำพันขึ้นจิบ

“ช้าไหม ขอโทษนะกี้ติดแขกโต๊ะนั้นอยู่กว่าจะเลี่ยงออกมาได้...คิดถึงธารจัง”เธอซบใบหน้าสวยซึ้งเข้าที่อกฟิตเปรี๊ยะของเขากำปั้นเล็กแกล้งทุบเขาเบา ๆ เชิงหยอกล้อ

 “ธารมาบ่อยนะช่วงนี้ คิดถึงกี้เหมือนกันใช่ม๊าา”  เขามองเธออย่างชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนยื่นริมฝีปากสวยเข้ามาจูบแก้มเธอเบา ๆ แทนคำตอบ

เธอรู้และเข้าใจนิสัยเขาดี เขาเป็นคนเย็นชาไม่เคยมีคำพูดคำจาหวานแหวว วางตัวเว้นระยะห่างกับทุกคนเสมอแม้แต่กับเธอก็ไม่เว้น แต่เธอก็ชอบเขาที่เป็นแบบนี้ เขาคือลูกค้าเพียงคนเดียวที่เธอให้สิทธิ์พิเศษไม่ว่าจะเรียกตอนไหนเมื่อไหร่เธอกลับยอมทิ้งทุกคนเพื่อมาเทคแคร์เขา หญิงสาวชงเหล้าให้เขาแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างรู้งาน “วันนี้ไปค้างกับกี้เหมือนเดิมอีกนะ กี้แคนเซิ่ลคนอื่นไปหมดแล้ว ตอนนี้มีธารคนเดียวเลย”

“เพราะผมเงินดีที่สุดใช่ไหม” เขาหรี่ตาที่เริ่มเยิ้มน้อยๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มองเธอขณะยกแก้วขึ้นจิบ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจส่งให้หญิงสาว แกล้งพูดความจริงต้อนให้จนมุม

 “ใช่ที่ไหน คิดถึงธารเรื่องนั้นต่างหาก......” เธอโน้มคอเขาลงมากระซิบใกล้ ๆ เป่าลมหายใจร้อนผ่าวใส่ที่ริมหู ธาราธารเหยียดยิ้มออกมาทันทีที่เธอบอกให้รู้เป็นนัยๆว่าเรื่องอะไร หญิงสาวหัวเราะคิกคักแกล้งผลักอกเขาออกห่างทว่ากลับเกี่ยวรัดอย่างหยอกเย้า

“ไปกันเถอะ จะได้หายคิดถึงผมไง” เขาลุกขึ้นส่งมือไปส่งให้เธอจับ

“คนบ้า น่าไม่อายที่สุด” เธอแกล้งทำเป็นเอียงอายแต่อยากได้ในตัวเขาใจจะขาด

ริมฝีปากร้อนๆไล่จูบเม้มไปทั่วอกอวบอิ่มที่ชูช่อโดดเด่นแก่สายตาของเขา ธาราธารส่งปลายลิ้นเข้าปรนเปรอยอดทรวงสีหวานสวยที่แข็งเป็นไตตอบรับทุกสัมผัสของเขาในทันที หญิงสาวบิดตัวเพื่อลดทอนความเสียวซ่าน หากแต่มันไม่ได้ช่วยลดทอนความรู้สึกของเธอลงเลยสักนิด ตรงกันข้ามยิ่งเธอบิดกายนิ้วร้อนร้ายกาจกลับยิ่งรุกล้ำเข้าหาเสียจนเสียงหวานต้องครางแผ่วยามที่ปุ่มเกสรสีสดถูกคลึงเคล้าด้วยปลายนิ้วก่อนจะค่อยๆแทรกลึกเข้าไปในกายของเธอ

นิ้วร้ายขยับเข้าออกไปมาราวกับกำลังหยอกเย้า ก่อนที่เขาจะยันตัวขึ้นเผยให้เธอเห็นเนื้อแท้ทุกส่วนสัดได้ชัดถนัดตา
เขาหยิบถุงยางอนามัยขึ้นมาฉีกหญิงสาวรู้งานรีบลุกขึ้นมาจัดการสวมครอบมันลงด้วยริมฝีปากที่ชำนาญของเธอ เขาผลักเธอให้นอนราบลงไป ส่งนิ้วร้ายกาจเข้าครอบครองอีกครั้งก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยแก่นกายร้อนๆ เขาเข้าครอบครองเธออย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเกร็งไปทั้งตัว เสียงหวานครางกระเส่าไม่เป็นภาษาเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนจังหวะเข้าออก ความเจ็บปวดที่ได้รับมาตลอดทุกครั้งที่นอนกับเขามันทำให้เธอทั้งหวาดกลัวและแสนคิดถึง อาวุธคู่กายของเด็กหนุ่มขยับขยายและผงาดล้ำอยู่ในความอ่อนนุ่มที่คับแน่นของเธอ

“กี้...อย่าเกร็ง”

กายร้อนแทบจะขยับไม่ได้เพราะช่องทางที่คับแน่นนั้นบีบรัดเขาจนเกินไป เขาก้มลงจูบซับหยาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากหางตาดวงน้อยพร้อมกระซิบบอกเบา ๆ  แล้วค่อยเคลื่อนกายเร่งจังหวะไปพร้อมๆกับเรียวนิ้วที่หยอกเย้ายอดอกสีชมพูเข้มจนหญิงสาวครางไม่เป็นศัพท์ ความเจ็บร้าวถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านใบหน้าสวยเหยเกด้วยความสุขสม วงแขนเรียวโอบกอดร่างกายเขาไว้ราวกับกลัวว่าความอิ่มเอมที่ได้รับจะมลายหายไป แม้เธอจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่กับขนาดที่ใหญ่มากของเขาทำเอาเธอเจ็บร้าวเสียวสะท้านไปทั่วกุหลาบงามกลางกาย

“หึ”

ริมฝีปากแสยะยิ้มร้ายเมื่อเห็นร่างกายเธอบิดเร่า ๆ เขาพลิกร่างบอบบางขึ้นนั่งทับและตัวเขาลงนอนแทน ทั้งที่ยังแนบชิด มือหนาประคองสะโพกกลมกลึงขึ้นลงขณะร่างกายประสานสุด ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม

“อื้อ...” กี้ครางไม่ได้ศัพท์ เธอหลับตาพริ้มลิ้มรสความเสียวซ่าน ดั่งลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศโคลงเคลงขณะที่มือร้อนร้ายเค้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มของเธอไม่หยุดหย่อน สะโพกสอบเข้าหากันรัวเร็วและกระชั้นถี่จนมองไม่ทัน เสียงครางของเธอดังลั่นไปทั่วห้องพัก

เด็กหนุ่มรั้งตัวเธอลงมากอดไว้แนบอกแล้วสวนสะโพกขึ้นเต็มแรงอยู่หลายต่อหลายครั้งจนเธอร้องเรียกชื่อเขาเสียงหลง ความสุขสมแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าแผ่ไปจนถึงขั้วหัวใจ ไม่ผิดหวังสักครั้งที่ร่วมรักกับเขาคนนี้เธอสุขสมจนแทบสำลัก อิ่มเอมจนไม่มีอะไรมาเปรียบ บทรักของเขาทั้งร้อนแรงและเนิ่นนาน ร่างสองร่างเกร็งกระตุกหนักหน่วง ความซาบซ่านและวาบหวามแตกกระจายเป็นสายธารอุ่นร้อนเข้าใส่กัน

เขาประคองตัวเธอลงถอนกายออกลุกขึ้นปลดถุงยางอนามัยทิ้งแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เธอนอนมองเขาด้วยสายตาแสนเสน่หา แม้ว่าเขาจะเย็นชาแต่กลับแสนดีและเร่าร้อนเสมอเมื่ออยู่บนเตียง เธอต้องหักห้ามใจแค่ไหนเพื่อไม่ให้หลงไปในรูปกายของเขาคนนี้

เมื่อเด็กหนุ่มเดินกลับออกมา เขาล้วงธนบัตรสีเทาวางไว้ให้เธอจำนวนหนึ่ง

“ต่อเลยไหม” เธอแกล้งถามเสียงหวานฉ่ำรู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังจะไป แปลกใจเล็กน้อยเพราะทุกครั้งที่เขามาไม่เคยต่ำกว่าสองรอบเลยสักครั้ง

“ไว้วันหลัง พรุ่งนี้มีธุระแต่เช้า” เขาโน้มตัวแตะจุมพิตที่ริมฝีปากสวย  “ไปนะ”  

เธออยากรั้งเขาไว้ใจจะขาดหากไม่ใช่เพราะเธอรู้ว่าคนอย่างเขาไม่ชอบให้ใครตามติด ใครคนไหนที่เกาะแกะและทำท่าต้องการในร่างกายของเขา เขาจะเขี่ยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

เสียงประตูปิดลงแล้ว ริมฝีปากสีสวยขยับยิ้มเธอซุกตัวลงในผ้าห่มผืนหนาที่เขาบรรจงห่มให้เมื่อสักครู่พลางคิดพอใจแค่ความสัมพันธ์เพียงข้ามคืนที่เขาคนนี้มอบให้

อาชีพอย่างเธอ...โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาเลือก
.