Monday, March 10, 2014

S.W.A.T - D (หน่วยสืบคดีโหด) *Yaoi * บทที่ 3


บทที่ 3


แถบเทปสีเหลืองถูกขึงไว้รอบสถานที่เกิดเหตุ รถตำรวจ 2 คันกับรถมูลนิธิร่วมฯ 1 คัน รวมถึงรถที่มารอทำข่าวท้องถิ่น จอดเป็นแนวปิดล้อมไว้อีกชั้น ด้านนอกแนวกั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับไม่ถ้วน เสียงจอแจจากพวกที่สอดรู้สอดเห็นพวกขี้สงสัยหรือพวกที่แค่บังเอิญผ่านทางมายังคงดังเซ็งแซ่สลับไปมากับเสียงวิทยุตำรวจอย่างต่อเนื่อง 

รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่สีดำทมิฬแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมจอดลงด้านหน้าแถบกั้น  ชายสองคนกระโดดลงจากรถ   พยักหน้าทักทายเจ้าหน้าที่เล็กน้อยก่อนรับถุงมือและผ้าคาดปากจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาสวมไว้ 

ผู้หมวดคริสยกแถบเทปกั้นขึ้นแล้วก้าวเข้าไปด้านใน ซาโต้เองก็ตามเข้ามาติด ๆ 

“จ่าสุรชัย” คริสย่อตัวลงนั่งใกล้ ๆ ร่างปราศจากวิญญาณที่ถูกผ้าสีขาวคลุมไว้  มีเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานกำลังจดบันทึกบางอย่างอยู่ข้าง ๆ 

“หวัดดีครับหมวดคริส ยินดีต้อนรับสู่แผนกคดีเต็มตัวนะครับ เมื่อกี้นี้หัวหน้าฟ็อกซ์โทรมาฝากฝังไว้เรียบร้อย ” 

สุรชัยพนักงานบันทึกข้อมูลและเก็บหลักฐานคนเก่งของแผนกฯ กล่าวยิ้ม ๆ ทักทายชายหนุ่ม

คริสยิ้มให้อาย ๆ ไอ้พี่ฟ็อกซ์มันคิดว่าเขาเป็นเด็กรึไง ทำไมต้องโทรมาประจานความเป็นมือใหม่กันด้วย

“อยู่กับเจ้าซาโต้แบบนี้รับรองเก่งอัตโนมัติเลยครับ” คนแซวยังแซวไม่เลิก เมื่อคริสหันไปมองคู่หูก็เห็นทำหน้านิ่งไม่มีปฎิกิริยาอะไร สุรชัยเองก็เอาแต่ยิ้ม

“เงียบเถอะน่าสุรชัย   ผู้ตายชื่ออะไร” ซาโตถามขึ้น

“ยังไม่รู้เลยครับ ไม่พบกระเป๋าไม่พบอะไรที่ติดตัวศพมาเลยยกเว้นเสื้อกล้ามกับต่างหูเพชรข้างเดียวนี่แหละ”

ซาโต้ใช้สายตาสแกนดูสถานที่โดยรอบ ...ตรอกเล็ก ๆ ที่แฝงตัวอยู่บนถนนที่คราคล่ำไปด้วยผู้คน มีถังขยะขนาดใหญ่สามใบวางอยู่ที่ท้ายตรอก ดูไปแล้วน่าจะเหมือนตรอกที่เอาไว้เป็นทางเดินผ่านไปเพื่อทิ้งขยะของชาวบ้านละแวกนี้ อาจเพราะเป็นถนนเส้นชุมชนจึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ซ่อนถังขยะที่มิดชิดสักหน่อย

กลิ่นคาวคละคลุ้งทะลักใส่จมูกทันทีที่ผ้าคลุมสีขาวถูกเลิกสูงขึ้นด้วยมือของผู้หมวดหนุ่ม  สภาพอันเกือบจะเน่าเฟะของใบหน้าที่ขึ้นอืดบวมเป่งพร้อมกับลูกนัยน์ตาที่ไม่ยอมปิดลงแต่เหลือกถลนออกมานอกเบ้าจนเกือบครึ่ง เส้นเลือดฝอยรอบ ๆ ลูกตาปูดโปนแดงซ่าน แสดงถึงความเจ็บปวดถึงขีดสุดขณะเสียชีวิต  เส้นผมสีดำที่ระลำคอแห้งกรังจากเลือดที่ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ตายเองหรือของใครสยายอยู่ด้านหลัง 

คริสถึงกับผงะเกือบจะหงายหลังจนจ่าสุรชัย ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันต้องแตะประคองไว้ แม้จะทำใจไว้แล้ว ก่อนจะตัดสินใจเปิดผ้าคลุมนั้นขึ้นแต่ชายหนุ่มก็ห้ามอารมณ์ตกใจไว้ไม่ไหวจริง ๆ ผู้หมวดหนุ่มหน้าซีดเผือด มือสั่นขึ้นมาน้อย ๆ เขาพยายามควบคุมสติอย่างเต็มที่

ซาโต้เห็นท่าทางแบบนั้นของคู่หูแล้วจึงย่อตัวนั่งลงข้าง ๆ 

“เป็นไรไป” ซาโต้ถามเบา ๆ 

“ปะ...เปล่า”  คริสรีบปฏิเสธ จะให้บอกว่าเขาเป็นโรคกลัวศพ เขาแพ้ศพทุกประเภทน่ะเหรอ  ไม่มีทางหรอกน่า ก็แค่ยังไม่ชิน เพิ่งทำงานด้วยกันครั้งแรกขืนบอกออกไปไอ้คู่หูคงได้หัวเราะเยาะเย้ยเขาแน่ เขาพยายามข่มใจแล้วปิดผ้าคลุมไว้ตามเดิม

 เป็นซาโต้เองที่เลื่อนมือไปเลิกผ้าคลุมสีขาวแทน เขาเลิกขึ้นสูงจนเผยให้เห็นสภาพด้านล่างที่เปลือยเปล่าของร่างไร้วิญญาณนั้น  ข้อแขนที่มีรอยถลอกจากการถูกรัดและเสียดสีอย่างรุนแรง นิ้วมือทั้งสองข้างจิกลงไปจนจมเนื้อ ซาโต้ขมวดคิ้ว เผยให้เห็นความผิดปกติบางอย่าง คริสจึงเลื่อนสายตาไปโฟกัสที่จุดเดียวกับชายหนุ่มทันทีแม้จะไม่อยากมองเท่าไหร่ก็เถอะ

“เหมือนสองรายที่แล้วนะซาโต้ ผู้ตายเป็นชาย รอบคอมีรอยช้ำ อวัยวะเพศถูกตัดเฉือนในลักษณะเดิม ๆ มีร่องรอยการทรมานเหยื่ออย่างชัดเจนที่สำคัญ ดูเสื้อกล้ามกับต่างหูเพชรนี่สิ” สุรชัยชี้ไปที่ร่างไร้วิญญาณ

“เพราะอย่างนี้สินะตำรวจพื้นที่ถึงติดต่อมาที่เรา” 

“เดี๋ยวก่อนนะ” คริสแทรก

“ที่ว่าในลักษณะเดิม ๆ มันหมายความว่ายังไง” หมวดคริสมองชายหนุ่มสองคนสลับไปมาอย่างจดจ่อรอคอยคำตอบ ในขณะที่สุรชัยทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามไปแล้ว ไม่นึกไม่ฝันว่าตำรวจที่เขาได้รับแจ้งว่าจะเป็นเจ้าของคดีนี้ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

“ผมยังไม่ได้บอกเขาน่ะ พอได้รับแจ้งก็ลากออกมาเลยยังไม่มีเวลาอธิบายอะไร” ซาโต้ตอบออกไปเรียบ ๆ  สุรชัยได้แต่พยักหน้างึก ๆ 

“แล้วมันหมายความว่ายังไงกันล่ะ” คริสยังซักต่อ คราวนี้จ้องหน้าคู่หูตัวเองอย่างเอาเรื่อง

“ไว้ก่อน  เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” ชายหนุ่มปิดผ้าคลุมลงที่เดิม

“ซาโต้! ” คริสเสียงเครียด จ้องหน้าซาโต้อย่างเอาเรื่องพูดแบบนี้ช่างไม่เหมือนคู่หูกันเลย ตั้งใจทำเหมือนเขาเป็นคนนอก  เขาเป็นเจ้าของคดีนะแต่ดันไม่รู้เรื่องมันแย่มาก ๆ ไม่ใช่รึไง ชายหนุ่มครุ่นคิดหน้าบึ้ง

สุรชัยรู้ถึงบรรยากาศมาคุ มองหน้าคริสกับซาโต้สลับกันไปมา

ซาโต้ถอนใจยาว จำใจต้องเล่าออกมาบางส่วน

“เมื่อ3 สัปดาห์ที่แล้วเราได้รับแจ้งเจอศพชายถูกฆ่าและตัดอวัยวะเพศทิ้งแถวพัทยาใต้  ขณะที่ตำรวจกำลังควานหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังปิดเรื่องคดีอยู่เพราะกลัวสะเทือนการท่องเที่ยวก็มีคนพบศพลักษณะเดียวกันนี้ในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา หลังจากวันนั้นห่างอีกแค่อาทิตย์เดียวก็เจอศพนี้ สภาพการตายเบื้องต้นเหมือนกันทุกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน” 

“ก็เลยสันนิฐานว่าเป็นฆาตกรคนเดียวกันว่างั้นเถอะ”

“น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะดูจากลักษณะการตัดเฉือนอวัยวะเพศของฆาตกรรอยถลอกรอบลำคอ และร่องรอยการฉีดบางอย่างที่โคนขาของสองศพที่แล้ว เสื้อกล้าม ต่างหูเพชร ทุกอย่างเหมือนกัน”  

คริสเอียงคออย่างใช้ความคิด ฆาตกรรมต่อเนื่องงั้นเหรอ?  คดีแรกเขาเจอคดีฆ่าหั่นศพมาถึงคดีนี้ก็เป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง  ช่างโชคดีอะไรอย่างนั้น คริสผงกหัวอย่างรับชะตา  นึกแล้วอยากร้องไห้   มิน่าหัวหน้าถึงได้เตือนไว้แบบนั้น ว่าแล้วก็ชำเลืองมองคู่หูตัวเองอย่างคับแค้น 

หึหึหึ  เจ้าซาโต้มันคงรู้ทั้งรู้สินะ!!!!!!

“เดี๋ยวไปถึงห้องจะเอารายงานของสองศพที่แล้วให้ดู” ซาโต้หันมามอง  ตัดบทลุกขึ้นยืนสำรวจโดยรอบอีกครั้ง พร้อมหยิบกาแล็คซี่โน๊ตของตัวเองขึ้นมาบันทึกภาพบางส่วนอีกครั้งและเขียนบันทึกบางอย่างลงไป

จ่าสุรชัยยื่นกล้องถ่ายรูปส่งให้คริส  

“ภาพสถานที่ตอนเรามาถึงที่นี่ครับผู้หมวด” 

เพราะที่เกิดเหตุอยู่เกือบถึงชลบุรี แม้ว่าเจ้าซาโต้กับเขาจะบึ่งมอไซด์คันโก้เจ้าของความเร็วท็อปสปีด  ด่วนแค่ไหนก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงอยู่ดี 

“โทษทีมาช้าไปหน่อย เราเพิ่งประชุมกันเสร็จน่ะ” คริสกล่าวกับสุรชัย พลางเลื่อนมือดูภาพจากสกรีนไปด้วย  เป็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ก่อนที่ทั้งเขาและซาโต้จะมาถึง  ศพถูกยัดอยู่ในถุงขยะสีดำวางพิงไว้ที่กำแพงข้างถังขยะใบใหญ่ 3 ใบนั่นก่อนจะถูกเปิดเทออกมาวางอย่างที่เห็น 

“ชาวบ้านละแวกนี้บอกว่ารถขยะจะมาเคลียร์ขยะที่ตรอกนี้ทุกวันเวลาประมาณตีสี่ครึ่งถึงตีห้า แต่ทาง สน.พื้นที่ได้รับแจ้งตอนประมาณ 11โมงกว่าเกือบ ๆ จะเที่ยง พอมาดูศพแล้วก็ตัดสินใจแจ้งมาทางเราครับ”

“แสดงว่าคนร้ายต้องเอาศพมาทิ้งไว้ในช่วงเวลานั้น  ลองสอบถามชาวบ้านแถวนี้ดูรึยัง”

“ครับ  แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติอะไร”

“ถุงบรรจุศพใหญ่ขนาดนี้คงไม่ได้หิ้วมาหน้าตาเฉยหรอกนะ เป็นไปได้สูงว่าจะต้องถูกบรรทุกใส่รถมา”

“เรื่องนั้นผมเองก็สอบถามไปแล้ว แต่ชาวบ้านเขาบอกว่าเป็นเรื่องปกติของคนแถวนี้ครับที่จะบรรทุกขยะใส่ท้ายรถเก๋ง รถกระบะเอาขยะออกมาจากบ้านเพื่อเอามาทิ้งที่นี่ เพราะสถานที่ทิ้งขยะแถวนี้มีเพียงที่เดียว ทำให้บางคนบ้านอยู่ไกลจากที่นี่ก็ต้องทำอะไรแบบนั้นแล้วก็เตลิดไปทำงานต่อเลย”

“หมวดคริสครับ พวกนักข่าวท้องถิ่นรออยู่ด้านนอก บอกว่าจะขอเข้ามาทำข่าวด้านใน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา

คงยังให้นักข่าวเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าข่าวรั่วออกไปรังแต่จะเพิ่มความยุ่งยากในการกระบวนการสอบสวน  

“ผู้หมวดครับศพจะถูกส่งไปที่ห้องทำงานของหมอเจด้าเลยนะครับจะไม่ส่งไปศิริราช   แล้วผมจะให้ตำรวจท้องที่เคลียร์กับนักข่าวเอง ผู้หมวดไปรอรับรายงานผลการชันสูตรได้เลย  ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเองตรับ” สุรชัยพูดขึ้นอย่างรู้งาน ห้องทำงานหมอเจด้าที่พูดถึงก็คือหน่วยนิติวิทยาของแผนกคดีพิเศษนี้

“ซาโต้เซ็นตรงนี้เลย” ตอนนี้กฎหมายใหม่ออกให้หมอนิติเวชต้องมาตรวจศพที่สถานที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จึงคิดว่าซาโต้เป็นหมอนิติเวชที่มาตรวจศพ มีแต่จ่าสุรชัยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลและตรวจหลักฐานคนเก่งของหน่วยฯเท่านั้นที่รู้ว่าซาโต้เป็นอะไรของหน่วยฯ เนื่องจากรู้งานแบบนี้สุรชัยจึงเป็นคนกรอกรายละเอียดแล้วให้ซาโต้เซ็นรับตรวจเบื้องต้นแทน และไม่ว่าคีย์ตัวใดของ S.W.A.T-D ก็มีสุรชัยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ให้

“ขอบคุณมากนะจ่า เคลียร์ให้ด้วยล่ะ” คริสพอจะเดาทางออกจึงกล่าวขอบคุณออกไป

“ยินดีครับ”

“ไปกันได้แล้วคริส  สุรชัยเดี๋ยวเจอกันที่ตึกนะ ”  ซาโต้บอกคู่หูแล้วหันไปบอกลาเพื่อนร่วมงานที่คุ้นชินกันดี 

“นายรู้จักกับจ่าสุรชัยมานานรึยัง” คริสถามขณะเดินตามชายหนุ่มออกมา พร้อมกวาดตามองสถานที่โดยรอบอีกครั้ง ขณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมฯ เริ่มเข้ามาจัดแจงกับศพ หลังจากได้รับสัญญาณจากสุรชัย

คราบเลือดที่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำเกาะติดอยู่ที่พื้น ทะลวงผ้าห่อศพสีขาวออกมา เริ่มมีมดแมลงต่าง ๆ เข้ามาชอนไชเกาะแกะร่างไร้วิญญาณนั้นแล้ว

“ก็รู้จักตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่นั่นแหละทำไมล่ะ” ซาโต้ตอบพร้อมถอดถุงมือและผ้าปิดปากทิ้ง คริสเองก็ทำเช่นเดียวกัน

ใจจริงเขาก็อยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับคู่หูมากกว่านี้อยู่หรอก แต่เขาคิดว่า ไว้ค่อย ๆ ถาม ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปก็แล้วกัน  คงไม่มีใครรู้จักและสนิทกันได้ภายในวันเดียว สายตามองร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาวที่กำลังถูกส่งขึ้นรถมูลนิธิอีกครั้ง

“เปล่าหรอก”

“ทำไมหน้าซีด” เสียงทุ้มของคนข้าง ๆ ดังแว่วเข้ามาทำให้คริสต้องยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองงง ๆ ผ่อนลมหายใจ มองมือที่สั่นอยู่น้อย ๆ แล้วรีบซ่อนสองมือที่ด้านหลังกลัวอีกคนสังเกตเห็น

“ไม่...ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ” 

“.........” คนถามยังขมวดคิ้วแน่น

“รีบไปเถอะน่า เดี๋ยวพวกนักข่าวก็มาดักเอาหรอก โน่น!มองมาทางนี้แล้ว” 

เมื่อสวมหมวกกันน็อคที่ซาโต้โยนมาให้เรียบร้อยคริสก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายใช้สองมือเกาะบ่ากว้างของคนด้านหน้าเอาไว้ มอเตอร์ไซด์คันใหญ่พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงหลังจากแทรกตัวออกมาจากกลุ่มฝูงชนนั้นได้